Tag Archives: wordpress

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 5 : บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหก

16 ต.ค.

help

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 5 : บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหก

ป่าประมาท จะมีฝนตกในเวลากลางคืน และหยุดตกในเวลากลางวัน เช่นเดียวกับลูกพันสีแดงสดส่่องสว่างเฉพาะในเวลากลางคืน ” ลุงเด่นพุดขึ้นอีกครั้งหลังจากเดือนขอให้เล่าเกี่ยวกับป่าประมาทอีกรอบ
แต่ฝนที่ตกทุกคืน ไม่ได้ทำให้ป่าประมาทมีสภาพแฉะชื้นในตอนกลางวัน อย่างที่เราคิดกันหรอกนะ เพราะฝนทุกหยดเม็ดที่ตกที่ป่าประมาท แม่น้ำทุกสายที่เกี่ยวข้อง จะไหลมารวมกันที่บ่อพูดเท็จและบ่อพูดจริงทั้งหมด ปู่ทวดของลุงเคยบอกว่า มันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่อดีตกาล และก็ไม่มีใครรู้ว่าทำไม บ่อพูดเท็จและบ่อพูดจริง ถึงรับน้ำมากมายขนาดนั้นได้หมด ทั้งที่ขนาดบ่อก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่า.. ” ลุงเด่นมองห้องโดยรอบเป็นคำตอบ
“จากความแปลกนี้ ทำให้พวกฉกฉวยยึดบ่อพูดเท็จ เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวมาตลอด ว่ากันว่า บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหกพวกฉกฉวยเลยซักครั้ง” ลุงเด่นเดินมาจับไหล่พรมแดงเบา ๆ

“มันน่าแปลกไหมครับลุงเด่น ทำไมไม่ใช่บ่อพูดจริงละ ที่พวกฉกฉวยยึดเหนี่ยว ทำไมพวกฉกฉวยถึงอยากได้ยินอะไรที่หลอกลวงและไม่จริงจากบ่อพูดเท็จไปทำไมกัน “ พรมแดงตั้งข้อสงสัย โป้งทำหน้าแปลกใจไปด้วย
“พรมแดงต้องหาคำตอบเองแล้วแหละหลาน “

—–

“เข้ม เข้ม เข้ม ของไม่อยู่แล้ว” พรมแดงคลำหาทั่วกระเป๋า
“ได้ยังไงกันครับ นายน้อยได้ยังไงกัน” เข้มพาพรมแดงหลบเข้าไปใต้ต้นไม้ริมผา
“ไม่อยู่แล้วเข้ม ไม่อยู่แล้ว มันหายไป หายไปหมด” พรมแดงรน ทำอะไรไม่ถูก
“โดนแล้วไง” เข้มเอ่ยขึ้น

เม็ดฝนเม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่พรมแดงเคยเห็น ยังกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ในสถานการณ์ที่ถูกจำกัดความเร็วด้วยพายุฝนในเขตที่หนักที่สุด ทำให้ทั้งคู่เคลื่อนที่ได้ช้าลงเข้าไปอีกเข้มพาพรมแดงหลบกิ่งลูกพัน ที่เลื้อยคลุมพื้นไปถึงหน้าผารูปร่างแปลกประหลาด เพื่อมุ่งเข้าเขตของพวกฉกฉวย เสียงฟ้าคำรามลัดเลาะไปตามกลีบของกลุ่มเฆมที่กระจายตัวอยู่รอบป่า

“เราจะรู้ได้ยังไง ว่าใครขโมยของในกระเป๋าเราไป แล้วมันหายไปได้ยังไง ตอนไหน” พรมแดงเอ่ยขึ้น
“ดูเหมือนพวกฉกฉวยจะรู้ว่าเราจะมาครับ เราต้องเข้าไปเจรจาครับ นายน้อย ทั้งแผนที่ ที่เราจะมาเอาคืนและของในกระเป๋าที่เพิ่งถูกขโมยไป พวกมันคงได้เตรียมการไว้รอแล้วและคงต้องการสร้างเงื่อนไขอะไรบางอย่างกับเราเพื่อประโยชน์บางอย่างของมัน นี่เป็นความสามารถของพวกฉกฉวยครับ ฉกฉวยเพื่อต่อรอง แต่เดิมเจ้าพวกนี้ไม่ชอบการต่อสู้ แต่ชอบการแย่งชิง มันไม่ยากเลยที่จะขโมยสิ่งไหน ไปตอนไหนก็ได้ แต่ความสามารถนี้มีได้ในเฉพาะป่าประมาทเท่านั้นแหละครับ” เข้มก้มหน้าต่ำ แผงขนที่คอเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดฝน
“เป็นแบบที่ยายและลุงเด่นคาดการณ์ไว้ทุกอย่าง” พรมแดงตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าคำราม
“ใช่ครับ ยายและลุงเด่น พ่อของนายน้อย แม่ของนายน้อย อาเดียว และป้าพร พวกท่าน ๆ เคยเข้ามาเจรจาที่นี่ครับ แต่ครั้งนั้นการเจรจาไม่สำเร็จ พวกเราจำต้องกลับไปพร้อมกับการสูญเสียครั้งใหญ่” เข้มยังพามุ่งหน้าต่อ
“คุณตา และตำราเล่มนั้น”
“ตอนนั้น มันยื่นคำขาดให้เรานำตำราเล่มนั้นมาแลกกับอิสระภาพของคุณตา แต่แล้วการเจรจาก็ไม่สำเร็จ เราสูญเสียทั้ง 2 อย่าง .. นายน้อย ดูเหมือนเราจะเข้าโซน 2 แบบเต็มที่แล้วครับ” เข้มเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
“ไปกันไป เข้ม เราต้องรีบหน่อย ป่านนี้โป้งคงมารอที่โซน 3 แล้ว”

ลมลดระดับ เม็ดฝนลดขนาด เฆมลอยต่ำ ลูกพันสองสามลูกส่องสว่างเป็นระยะตลอดสองข้างทางสุ่โซน 2 ปากโพรงถ้ำขนาดใหญ่เปิดต้อนรับผู้ประสงค์จะเจรจา พรมแดงยกตัวลงจากหลังเข้ม พร้อมเก็บเสื้อกันฝนที่เปียกชุ่มลงไปในกระเป๋าที่ว่างเปล่า ทางที่สลัวทำปฎิกริยากับความเงียบทำพรมแดงขนลุกชัน เสียงน้ำหยดเป็นจังหวะจากหินย้อยที่ทอดตัวลงมาจากเพดานถ้ำ

“คงต้องไปอีกซักพักครับ นายน้อย ถ้ำนี้เป็นหน้าด่านของพวกฉกฉวย แต่น่าแปลกครับ ปรกติต้องมียามเฝ้าตั้งแต่ปากถ้ำ นายน้อยต้องระวังนะครับ” เข้มรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ
“เข้ม แปลกจริง ๆ แล้วละ” พรมแดงชี้ไปที่ร่างที่ฟุบหมอบในเงามืด ลักษณะเด่นชัดว่าเป็นคนเฝ้าปากทางถ้ำฉกฉวย

เสียงฝีเท้าเป็นจังหวะ ค่อย ๆ ดังมาจากปากอุโมงค์ เข้มส่งสัญญาณให้พรมแดงระวังตัวและหลบอยู่ด้านหลัง เสียงย่ำเท้าดังขึ้น ดังขึ้น ก่อนจะหยุด ห่างออกไปราว 6 ก้าว
“มาเจรจาซินะ” เสียงสั่นขุ่นมัว ก้องสะท้อนทั่วอุโมงค์

“มีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ นายน้อย การเจรจาจะไม่เกิดขึ้นตรงนี้แน่ สำหรับการเจรจาแล้ว พวกฉกฉวยมักจะซื่อตรงต่อสมาชิกทั้ง 3 ของพวกมัน”

“ก็เพราะฉันไม่ใช่ฉกฉวยยังไงล่ะ ดังนั้นเราจึงสามารถเจรจากันโดยไม่ต้องซื่อตรงต่อสมาชิกทั้ง 3 ของพวกมัน”

“เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร แล้วทำไมเราต้องเจรจากับเจ้า” พรมแดงข่มเสียงให้เข้มแข็ง ขยับตัวมาอยู่ด้านข้างเข้ม
“ตอบตามลำดับ ข้าไม่ใช่พวกฉกฉวย ต้องการช่วยเจ้าให้เจรจากับสมาชิกทั้ง 3 ของพวกมันให้สำเร็จ และเจ้าต้องช่วยข้า เพราะไม่งั้นไอ้เด็กที่มารอเจ้าที่โซน 3 จะไม่รอดแน่” ใบหน้าของเสียงขุ่นมัวโผล่พ้นเงามืด

—–
ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 6 : การเจรจาที่ห้ามปฎิเสธ

Advertisements

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 4 : อุบัติเหตุที่ป่าประมาท

24 ก.ค.

ลูกพัน

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 4 : อุบัติเหตุที่ป่าประมาท

“เข้มพักตรงนี้เถอะ เข้มวิ่งมาทั้งคืนแล้ว” พรมแดงลูบแผงคอก่อนจะกระซิบที่ข้างหู
“ครับ นายน้อย” เข้มชะลอความเร็วและหยุดตรงปากโพรงต้นไม้

กิ่งก้านที่แผ่สาขาออกไปกว้างใหญ่ทำให้ต้นไม้ที่มีโพรงขนาดใหญ่เป็นจุดเด่นแม้จะอยู่ในความมืด ลุงเด่นยืนยันว่าที่นี่ปลอดภัยและพักได้ ก่อนจะเริ่มงานหนักพรมแดงปล่อยให้เข้มพักสายตา

—–

“จากโพรงต้นไม้เข้มคงวิ่งไม่ถึง 10 นาทีก็จะเข้าเขตป่าประมาท ป่านี้ลึกลับและคาดเดาได้ยากอยู่หลายอย่าง แต่สิ่งที่ไม่ต้องคาดเดาเลยคือฝนตก ป่าประมาทมีภูมิอากาศที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก คือจะมีฝนตกทันทีที่พระอาทิตย์ตกดินและทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าฝนก็จะหยุดตก “ ลุงเด่นหยุดและมองหน้าพรมแดงที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ
“สิ่งสำคัญที่สุด ภารกิจนี้มีเวลาแค่ 3 ชั่วโมง ลุงคิดว่าพรมแดงน่าจะถึงปากโพรงต้นไม้ราวตี 2 เราจะไม่เข้าไปทันที เข้มควรจะพักเอาแรง เพราะ ..” ลุงเด่นทิ้งคำให้พรมแดงตอบ
“เราต้องหนี ให้ทัน” พรมแดงพลิกกระดาษไปหน้าแผนที่ป่าประมาท
“ใช่ เข้มจะต้องพาพรมแดงหนีให้ทันและออกมาให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและฝนหยุดตก ว่าแต่คิดว่าไหวไหมพรมแดง” ลุงเด่นถามย้ำด้วยดวงตามุ่งมั่น
“ไหวครับ ต้องไหว ผมจะพยายามเต็มที่ครับ” พรมแดงตอบกลับด้วยสายตามุ่งมั่นเช่นกัน
“ป่าประมาทมีทางเข้าของป่าอยู่ 3 ทาง ซึ่งก็ตามโซนของป่า ตรงนี้เป็นโซนที่ 1 จุดปากโพรงต้นไม้ เราจะเข้าตรงนี้ ตรงนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวมากนัก
หลานจะเห็นพรรณไม้แปลก ๆ อย่าหยิบจับเด็ดขาด และระวังบ่อนั่นด้วย ต่อมาโซนที่ 2 จุดนี้คือจุดของพวกฉกฉวย ของที่หลานต้องไปเอาคืนอยู่จุดนี้
โซนที่ 3 คือจุดที่โป้งจะมารอรับตรงปากทาง “ ลุงเด่นหยุดให้พรมแดงจด

“เรามาเจาะโซนที่ 2 กัน” ลุงเด่นต่อเมื่อเห็นพรมแดงเงยหน้ามองกระดาน

—–

จักจั่นเรไร ร้องก้องป่า ประกาศความเป็นเจ้าของผืนป่ากว้างแห่งนี้ สายลมนิ่งสงบ พรมแดงมัดเชือกรองเท้าไว้แน่นขยับกระเป๋าขึ้นไหล่ และใส่ชุดกันฝนสีพรางตา ก่อนจะไปตบหลังเข้มเบา ๆ

“ไปกันเถอะเข้ม ได้เวลาแล้ว”
“ครับ นายน้อย” เข้มได้หลับไปซักงีบ และพอมีแรงขึ้น

เข้มควบฝีเท้าเป็นจังหวะผ่านดงป่าที่เริ่มหนาแน่นไปด้วยต้นไม้หน้าตาประหลาด เถาเครือใบคล้ายกล้วยบิดเบี้ยวไร้รูปทรงคดโค้งเกี่ยวพันจากต้นสู่ต้นผลของไม้ประหลาดลูกสีแดงสดส่องสว่างแม้ยามมืด ฝนเริ่มลงเม็ดนี่เป็นสัณญาณว่าเข้มและพรมแดงเข้าสู่เขตป่าประมาทแล้ว

ป่าลูกพันซินะ” พรมแดงพึมพำ
“ครับ นายน้อย ลูกพันเป็นอาหารหลักของพวกฉกฉวยครับ นอกจากจะเป็นอาหารแล้วลูกพันยังช่วยป้องกันฮูก้าเข้ามาในนี้ด้วยครับ จริง ๆ พวกฉกฉวยจะอยู่โซน 2 และจะไม่ออกจากถ้ำในเวลาฝนตกครับ “
“แต่เราก็ไม่ควรประมาท” พรมแดงเอ่ยขึ้น
“ใช่ครับ เราไม่ควรประมาท” เข้มขยับตัวหลบเถาของลูกพัน

เถาเครือที่เลี้ยวลอดพันกอดกัน ทำให้แทบมองไม่เห็นผืนแผ่นฟ้าและก้อนเฆมผลิตฝน เม็ดฝนยังคงโปรยมาอย่างต่อเนื่องลูกพันสีแดงสดส่องสว่างดุจหลอดไฟจุดไว้ในงานเลี้ยงส่องทางนำทางให้เข้ม เส้นทางที่คุ้นชิ้นทำให้เข้มรู้จุดเสี่ยงและหลีกเลี่ยงได้อย่างดี

“ตรงนั่นคือบ่อพูดเท็จครับ แหล่งยึดเหนี่ยวเดียวของพวกฉกฉวย” เข้มหันหน้าไปที่บ่อน้ำสีฟ้าใสบริสุทธิ์และมีแสงส่องสว่างมาจากเบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดเดียวที่ไม่มีฝนตกลงมายังบ่อ
“และนั่นคือบ่อพูดจริง” เข้มหันหน้าไปยังบ่อน้ำสีเข้มขุ่น แมลงบินว่อนวนเหนือบ่อ
“เข้มรู้สึกแปลก ๆ ไหม “ พรมแดงจับเข้มไว้แน่นตอนพูด
“ครับนายน้อย จริง ๆ ทั้งสองบ่อ น้ำจะใสเท่ากัน และฝนจะไม่ตกใส่ทั้ง 2 บ่อ แต่น่าแปลกใจว่าทำไมบ่อพูดจริงถึงขุ่นขลักและเน่าเหม็นได้เช่นนี้ “
เข้มเร่งฝีเท้าให้เดินผ่าน

“ดีใจด้วย พรมแดง เจ้าจะได้ของคืน เจ้าจะไม่ตาย เจ้าจะไม่ตาย” เสียงหญิงสาวกังวาลหวานผ่านลื่นหูมาจากทางบ่อพูดเท็จ
“เจ้าจะเจออุบัติเหตุที่ป่าประมาท แต่เจ้าจะได้ของคืน เจ้าจะเจออุบัติเหตุที่ป่าประมาท” เสียงชายแก่บ่นพร่ำและขุ่นเทา สั่นเครือมาจากบ่อพูดจริง

“นายน้อย อย่าไปสนใจ นายน้อยอย่าไปสนใจ” เข้มเตือนสติพรมแดง
“ไปกันดีกว่าเข้ม เรื่องแค่นี้ข้าไม่สนใจหรอก” พรมแดงบอกเข้มให้เร่งเดินผ่าน

พรมแดงยังครุ่นคิดกับประโยคจากทั้ง 2 บ่อ ที่ผ่านมา อะไรคืออุบัติเหตุที่ป่าประมาท อย่างที่่บ่อพูดจริงบอกกล่าว แล้วทำไมบ่อพูดเท็จถึงบอกว่าเราจะได้ของคืนแสดงว่า จริง ๆ เราไม่ได้คืนงั้นเหรอ ความคิดสับสนทำพรมแดงเงียบไปชั่วขณะ เข้มคงจับอาการได้ จึงเร่งฝีเท้าเพื่อให้รีบออกจากโซน 1 โดยไว

เม็ดฝนใหญ่ขึ้น ยิ่งเดินเข้าลึกเข้าไป ลมยิ่งแรงขึ้น ฝนยิ่งหนักขึ้น ลูกพันสีแดงสดเริ่มลดบาง เถาเครือเปิดกว้างให้เห็นแผ่นฟ้า ก้อนเฆมสีครามครึ้มยังบดบังดวงดาวนับพันบนน่านฟ้า แสงสว่างน้อยนิดจากลูกพันสองสามลูกริมทาง พอให้เห็นเส้นทางที่ต้องเดินต่อ เข้มควบฝีเท้าฝ่าสายฝนเข้าสู่โซน 2 ไหล่เขาเริ่มสูงชันทำให้ยากต่อการเดินทาง

“นายน้อยครับ เราเข้าโซน 2 แล้วครับ และเหมือนตอนนี้เราจะถูกจำกัดความเร็วกันแล้วครับ” เข้มบอกพรมแดง
“เร็วกว่าที่คิดแหะ ถ้างั้นคงต้องเอาของที่ยายให้มาใช้แล้วละ” พรมแดงหยิบล้วงในกระเป๋า
“…………….”
“เข้ม.. เข้ม .. เข้ม ของไม่อยู่แล้ว ของไม่อยู่แล้ว” พรมแดงคลำหาทั่วกระเป๋า
“ได้ยังไงกันครับ นายน้อย ได้ยังไงกันครับ” เข้มพาพรมแดงหลบเข้าไปในต้นไม้ริมผา
“ไม่อยู่แล้วเข้ม ไม่อยู่แล้ว มันหายไป หายไปหมด” พรมแดงรน ทำอะไรไม่ถูก
“โดนแล้วไง … “ เข้มเอ่ยขึ้น

—–

ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 5 : บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหก

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 2 : ทำตามแผน

2 มิ.ย.

ชายประหลาด

ด.ช. พรมแดง ตอนที่  2 : ทำตามแผน

“ปู้วววววว วู้วววว” เสียงยังไล่พรมแดงมา
“เข้ม เข้ม เราจะทำยังไงดี” พรมแดงรนทำอะไรไม่ถูก
“ทำตามแผน” เข้มพูดออกมา

ลมกรรโชกแรง พัดสวนทางที่ทั้งสองมุ่งไป เข้มชะลอความเร็วเล็กน้อย ก่อนจะควบแบบเต็มแรงเมื่อหลุดห้วงลมนั้นมาได้ เสียงฝีเท้าของเข้มดังสลับกับเสียงคำรามก้องป่าของผู้ติดตาม ทั้งคู่เสียหลักเล็กน้อย เมื่อก้อนลมพัดมาอีกห้วง เสียงคำรามตามเข้ามาใกล้ เข้ามาใกล้

“อีกนิดเดียวเข้ม อีกนิดเดียว” พรมแดงหยิบของในกระเป๋าช่องแรกซ้ายมือบนเพื่อเตรียมการไว้แน่น

“ฟิ้วววว” ลูกธนูแทรกผ่านอากาศมาด้วยความเร็วสูง เข้มขยับตัวหลบได้ทัน ลูกธนูปักลงบนต้นไม้ข้างหน้าของทั้งคู่

“มันเอาจริง ครับ นายน้อย ระวังด้วยนะครับ” เข้มกำชับพรมแดง และเพิ่มความเร็ว
“นั่น ตรงนั้น ต้นโกงกาง ตรงนั้น” พรมแดงตะโกนบอกทางเข้ม

เข้มเลี้ยวซ้ายสุดกำลังและควบเพิ่มความเร็ว มุ่งหน้าไปยังต้นโกงกางที่พรมแดงระบุตำแหน่ง

“ปู้วววววววววววว วู้ววววววววววว ววววว “ เสียงคำรามก้องป่าและดังใกล้กว่าที่เคยได้ยิน

“พร้อมนะเข้ม” พรมแดงตั้งสติ
“พร้อมครับ นายน้อย” เข้มชะลอความเร็ว ก่อนจะตวัดตัวกลับหลังหันหน้าเผชิญกับเสียงที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง

“ฟิ้ววววววววววววววววว” ธนูอีกสองลูกพุ่งตรงมาที่พรมแดง พรมแดงเอี้ยวตัว ธนูผ่านหูไปนิดเดียวย ก่อนที่มันจะปักลงบนต้นโกงกาง

ประกายตาสีเหลืองลุ่มลึก โผล่พ้นเงาในความมืดเบื้องหน้า ชายร่างสูงหน้าตาประหลาด แก้มตอบผิวซูปซีด ถุงใต้ตาปูดโปน ผมหงอกเทารุงรัง สะกดตามองมาที่พรมแดงและเข้ม

“ว่ายังไง ไอ้เด็กแสบ แกคิดว่าม้ากระจอกพูดได้ของแก จะพาแกหนีได้รึยังไง” คำพูดกวนประสาทพ่นออกมาจากปากที่มีฟันเกกะเทเร่
“อย่ามายุ่งกับเรา เรามีธุระที่ต้องรีบทำ” พรมแดงข่มอาการสั่นไม่ให้แสดง
“เหรอ เหรอ เหรอ …. ไม่ให้ยุ่งจริงเหรอ” ชายประหลาดวาดมือไม้ตะวัดอากาศตบแมลง

เข้มค่อย ๆ ขยับขาถอยหลังทีละนิด พอไม่ให้ผิดพิรุจ ตายังจ้องอยู่ที่ชายสูงหน้าตาประหลาด

“ข้าจะไม่เรี่ยมเร้เรไร แกจะต้องตายซะตอนนี้ ของนั่นต้องเป็นของข้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

ทันทีที่คำประกาศก้องสิ้นเสียง ชายประหลาดก็พุ่งตัวเข้ามา ด้วยความเร็วสูง

“นายน้อย จัดการเลยครับ ทำตามแผน” เข้มตะโกนสุดเสียง หลังจากเข้าใกล้จุด

พรมแดงสาดแสงไฟส่องสว่างจากไฟฉายเข้าดวงตาสีเหลืองหม่นของชายประหลาด เสียงหวีดร้องก้องป่าด้วยความเคียดแค้น ความเร็วของมันและท่าทีหยุดชะงัก ลังเล เข้มและพรมแดงยังยืนนิ่งลุ้นผล

“แกรู้ แกรู้ แกรู้” เสียงโหยหวนกัดฟันกรอด ลอดผ่านมาด้วยความเจ็บใจ
“เจ้าเป็นมนุษย์กลางคืน ตาเจ้าจะแพ้แสงแรงแยงตา ขารู้” เข้มเริ่มขยับขา
“หึ ๆ ยายแก่นั่น คงเตรียมมาให้แกซินะ ไอ้เครื่องเบ่งแสงนั่น ใช่! ข้าแพ้แสง แต่แค่นี้มันทำอะไรข้าไม่ได้หรอกกกกกกกกกก ไอ้พวกกระจอกกกกกก”
แววตาเย้ยหยันลอดผ่านดวงตาสีเหลือง

สิ้นเสียงพูด ชายประหลาดก็ทะยานตัวเข้ามาอีกครั้ง ธนูที่แปรเปลี่ยนเป็นหอกดาบในเงามืดส่องประกายคมกริบ เข้มยกขาคู่หน้าขัดจังหวะ พรมแดงเกาะแผงคอเข้มด้วยมือขวา แสงไฟฉายกวัดแกว่งไปทางพุ่มไม้ตรงหนองน้ำหลังต้นโกงกาง ชายประหลาดกระโดดสูงก่อนจะเหยียบหัวเข้มและตวัดตัวยืนบนหลังเข้ม และรวบตัวพรมแดงไว้

เม็ดเหงื่อผุดจากหน้าผาก ลมหายใจอ่อนลงทุกที พรมแดงกำลังจะขาดอากาศหายใจ ชายประหลาดรวบคอเหยียดยื่นพรมแดงให้ตัวลอยเหนือเข้ม มือที่อ่อนโรยยังเกาะไฟฉายไม่ให้หล่น เข้มจำต้องยืนนิ่ง ตัวสั่นเทาไปด้วยความโมโห และเจ็บใจ

“ไอ้ตัวแสบ แกมันก็แค่นี้แหละ” ชายประหลาดเย้ยหยัน
“ไหนน้า ของที่ยัยแก่ฝากมาให้ “ มือเหี่ยวซูบเปิดกระเป๋าของพรมแดง

แมลงน้อยตัวแรกคลีปีกส่งสัญญาณตอบรับเมื่อไฟฉายกวัดแกว่ง เรืองแสงออกมาจากหลังพุ่มโกงกาง จากนั้นไม่นานแสงน้อยก็ถูกส่งต่อจากครอบครัวนึงไปครอบครัวนึง ภายในชั่วเสี้ยววินาทีหึงห้อยนับล้านตัวถูกกระตุ้นและส่งต่อแสงจนทำให้คุ้งน้ำเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนให้คืนที่หม่นเท่าเรืองแสงส่องสว่างดังกับสุริยาในยามรุ่ง

ความเงียบสงัดแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องของชายประหลาดที่อยู่เบื้องหน้าพรมแดง

“โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” คำกรีดร้องโหยหวน

แสงสว่างรอบบึงกว้างแผ่อาณาเขตไปไกลสุดปลายฟ้า เผยให้เห็นป่าโกงกางนับ 100 ไร่ ที่เต็มไปด้วยแมลงน้อยเรืองแสง นับล้าน ๆ ตัว ที่กระพริบแสงสื่อสารกันและกัน

“แสงหม่นเทา เราต้องการแสงหม่นเทา พวกแก พวกแก พวกแกกกกกกกกกกกกกก “ ชายประหลาดเอามือทั้งสองปิดตาและกรีดร้อง ก่อนจะสยายปีกบินหายลับไป

พรมแดงหล่นลงไปอยู่ที่พื้น หายใจเร็วขึ้นเพื่อรับอากาศเข้าร่างกาย

“นายน้อย ไหวไหมครับ” เข้มห่วงใยพรมแดง
“ไหวซิเข้ม เราทำได้เข้ม เราทำได้ “ พรมแดงพยายามพูดและสูดลมหายใจไปด้วย
“ครับ ต้องขอบคุณมิตรของเราครับ นายน้อย” เข้มช่วยให้พรมแดงลุกขึ้นก่อนจะหันไปดูมิตรแมลงน้อยเรืองแสงนับล้าน
“ต้องขอบคุณพวกเค้า ที่ทำให้เราฝ่าด่านพวกตาเหลืองมาได้” พรมแดงล้วงเข้าไปดูของในกระเป๋า และแน่ใจว่าทุกอย่างยังปลอดภัยดี
“เราต้องไปกันแล้วครับ ก่อนแสงจะหายไป พวกมันอาจจะวกกลับมาอีกก็ได้ แล้วเราต้องเข้าป่าประมาทให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น “ เข้มกำชับ
“จริงด้วย เราต้องเข้าป่าประมาทให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น” พรมแดงได้สติคืนมา
“พร้อมนะครับ นายน้อย” เข้มขยับขาหลังเพื่อเตรียมตัว
“เต็มกำลังเลยเข้ม ป่าประมาท ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น” พรมแดงเกาะแผงคอที่แข็งแรงของเข้มไว้แน่น

———-

ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 3 ทบทวนแผน

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 1 : ด.ช.พรมแดง

26 พ.ค.
พรมแดง
ด.ช. พรมแดง ตอนที่  1 : ด.ช.พรมแดง
ลมโชยเอื่อย นกฝูงใหญ่บินกลับรังตามกันเป็นระเบียบ พระอาทิตย์ซุกตัวลงไปในขอบโลกได้ครึ่งนึงแล้ว แสงสีส้มตรงขอบฟ้าค่อย ๆ จาง นี่เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงที่พรมแดง นั่งวาดแผนการระหว่างรอ บนพื้นดินแดงร่วนซุยตรงภูเขาหลังหมู่บ้าน
.
ตรงนี้เป็นที่โปรดของพรมแดง จุดที่สูงที่สุดของหมู่บ้าน  มองเห็นบ้านทุกหลัง พรมแดงภูมิใจมากที่หมู่บ้านพรมแดงมีภูเขาอยู่หลังหมู่บ้าน ถึงแม้มันจะเป็นภูเขาเล็ก ๆ ก็ตาม
.
วันนี้พรมแดงรอนานเกินกว่าที่ควรรอ ….
.
“ไปอยู่ไหนนะ .. หวังว่าคงไม่ได้เกิดอะไรขึ้นนะ” พรมแดงชักห่วง
.
ค้างคาวเริ่มออกบิน ฟ้าสีส้มจางเปลี่ยนเป็นสีเทามืด ลมเอื่อยหายไป แมลงบินว่อนเล่นแสงเทียนที่พรมแดงพกติดตัวมาด้วย พรมแดงปลอกกล้วยที่ยายยัดติดมือมาให้ก่อนที่พรมแดงจะออกจากบ้านในช่วงบ่ายเข้าปาก
.
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะหลาน ยายรู้ว่า มันไม่ง่ายเลย ยายมั่นใจในตัวหลาน เต็มที่นะหลาน” ยายให้กำลังใจพรมแดงเสมอ และเข้าใจว่าพรมแดงเอาตัวรอดได้แน่ ๆ
.
เสียงฟ้าคำรามมาจากทิศใต้ พรมแดงนึกขอบคุณยาย ที่จัดของจำเป็นให้พรมแดงมาแบบเกือบครบถ้วน ยากล่องใหญ่ที่มีไปหมดเสียทุกอย่าง  มีดสนามก็ลับให้พรมแดงจนคมกริป ยายยังไม่ลืมยัดเสื้อกันฝน กับถุงกันเปียกน้ำมาให้พรมแดงอีกด้วย
.
“กุบกับ กุบกับ” เสียงที่พรมแดงรอคอยวิ่งมาทางทิศเดียวกับที่ฟ้าคำราม
.
พรมแดงชูเทียนขึ้นเป็นสัญญาณบอกตำแหน่ง  และผ่อนคลายจากความรู้สึกกังวล
.
ม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ ท่อนขาและแผงคอแข็งแรงพุ่งมาจากพงหญ้า ยืนสะบัดหางและหายใจหอบรัวอยู่ตรงหน้า บนหลังมีชายร่างกำย่ำหน้าคมสัน กำลังลงมาจากม้า
.
“รอนานไหมหลานชาย โทษที่มาช้า ไว้จะเล่าให้ฟังระหว่างทาง เรื่องเยอะเชียว เราจะไปกันเลยไหม หลานพร้อม ? “ อาเดียวจับไหล่พรมแดง
“ครับ” พรมแดงพงกหัว เหยียบโกลน และจับอาน ตามอาเดียวขึ้นไป
.
อาเดียวควบม้าด้วยความเร็วสูงขึ้น ฟ้าคำรามไล่ตามหลังอาหลานใกล้เข้ามา อาเดียวควบม้าเร่งเข้าไปอีกเมื่อละอองฝนโปรยมา
.
“ยายได้ฝากอะไรมาไหม” อาเดียวหันมาถามพรมแดงเมื่อทั้งคู่พ้นเขตป่าทึบ
“มีครับ ยายบอกว่า ให้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้น ว่าแต่มันคืออะไรเหรอครับอา”  พรมแดงทำเสียงจริงจัง
“เดี๋ยวถึงที่เรามาดูกัน ว่าจะใช้ประโยชน์จากมันได้ยังไง” 
.
ฝนเริ่มทิ้งห่าง ทั้งคู่มุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศตะวันออก พ้นภูเขาอีกลูกก็จะถึงที่หมาย อาเดียวรู้สึกว่า เข้ม ม้าคู่ใจเริ่มเหนื่อยจึงเตรียมหยุดพักตรงริมแม่น้ำด้านหน้า
.
“ทำไม ไม่ไปให้ถึงซะทีเดียวเลยครับ ค่อยพัก อีกนิดเดียวเองนะอา” พรมแดงสงสัย เพราะจากที่มองเขาลูกนี้ก็อยู่ไม่ไกลมาก
“เมื่อเดือนก่อน คืนพระจันทร์เต็มดวง คนของเราผ่านประตูนั่นเข้าไป ถูกจับตัวไป 3 คน ถึงวันนี้จะไม่เต็มดวง แต่เราก็อย่าเสี่ยงดีกว่า ของที่ยายเตรียมมา อาคิดว่ามันมีความจำเป็นจริง ๆ กับพวกเรา อาไม่อยากให้เราตกที่นั่งลำบาก ถ้าของถูกขโมยไป ดังนั้นทำทุกอย่างต้องชัวร์  “ อาเดียวเคาะดินออกจากรองเท้า
.
“ปู้ววววว “ เสียงก้องกังวาล
“คงเป็นนกฮูกป่าใช่ไหมครับอา” พรมแดงเขี่ยดินเล่นทบทวนแผนการณ์
“ซวยแล้วหลาน วิ่งเร็ว เราต้องไปแล้ว”
.
เข้มเร่งฝีเท้าแบบสุดกำลัง ลมพัดสวนมาบอกความเร็ว ต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าผ่านพรมแดงไป
.
“ปู้ววววว วู้วววววว” เสียงดังก้องป่าและใกล้อาหลานขึ้น..
.
“พรมแดง ถ้าเกิดอะไรขึ้น รักษาของที่ยายให้มาให้ดีที่สุด ซ่อนตัวในความเงียบ ดูแลตัวเองให้ดี อาเชื่อพรมแดงทำได้ เข้าใจไหม” อาเดียวควบเข้มให้เร่งฝีเท้า
“ครับอา” พรมแดงใจสั่น นึกถึงแผนการณ์ที่ทบทวนมาไว้ตั้งแต่ช่วงค่ำ
.
เข้มควบฝีเท้าสุดแรงก่อนจะสะดุดล้มโครม ! หน้าทิ่ม อาเดียวลอยพุ่งไปข้างหน้าหลายตลบ เสียงร้องโอ้ยดังลอยมาไกล พรมแดงกลิ้งไปอีกทาง เข้าพงหญ้า เข้มลุกขึ้นวิ่งมาหาพรมแดง  พรมแดงรีบลูกแล้วเกาะเข้ม พร้อมขึ้นขี่ มุ่งหน้าไปภูเขา เข้มเหมือนรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เร่งฝีเท้าสุดแรง
.
“ทำตามแผน ทำตามแผน” อาเดียวตะโกนไล่หลังมาก่อนจะถูกจับกุม
.
“ปู้วววววว วู้วววววว”  เสียงยังไล่หลังพรมแดงมา
“เข้ม เข้ม เราจะทำยังไงดี  เราทำยังไงดี” พรมแดงรน ทำอะไรไม่ถูก
“ทำตามแผน” เข้มพูดออกมา ..
 ———-
ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่  2 : ทำตามแผน
ติดตามได้ในวันอาทิตย์ที่  2 มิถุนายน 2556 ครับผม

8 / 4 = 2 อาดัง ราวี หลีเป๊ะ ตอนที่ 10 : หาดใหญ่ในมุมสูง

23 พ.ค.

หาดใหญ่ในมุมสูง

8 / 4 = 2 อาดัง ราวี หลีเป๊ะ ตอนที่ 10 : หาดใหญ่ในมุมสูง

ทันทีที่ผู้โดยสารคนนึงลุกและหยิบกระเป๋า ก็เหมือนปฏิกิริยาต่อเนื่อง ทุกคนบนเรือก็ต่างหยิบกระเป๋า และสัมภาระตามกัน ใบหน้าที่บูดเบี้ยว หรือง่วงหาว ก็ดูสดชื่นขึ้นมากันทันที

“ใจเย็น ๆ นะครับ ได้ลงกันทุกคน” สำเนียงทองแดงตะโกนมาจากสะพานเรือ

เหมือนไม่มีใครฟังภาษาใต้ออก ผู้คนทะลักพรั่งพรู แก่งแย่งออกจากช่องประตูแบบไม่สนใจใคร

หลังจากรออยู่ไม่นานรถตู้ก็ออกจากท่าปากบารา จุดหมายปลายทางคือ ตลาดกิมหยงเท่านั้น …

รถตู้ขับเร็ว แบบไร้บทสนทนา ผู้โดยสารทั้งคันรถ คอพับซ้าย พับขวาตามจังหวะเลี้ยว เบาะหลังสุดที่เรานั่ง เบียดสี่จนผมต้องเอนหัวไปซบหลังเบาะคนข้างหน้าแทน

กิจกรรมตาม Check list ก็ประดังประดามาแบบทัวร์ชะโงกเมื่อเราถึงตลาดกิมหยง

เวลา 13.00 กินข้าวเที่ยง ความพอใจ งั้น ๆ แต่ต้องฝืนว่าอร่อยดีนะ เพราะเป็นคนแนะนำและหาที่เอง (ดันไปเชื่อ APP มือถือ)

เวลา 13.30 ร้านชา กาแฟ ความพอใจ ดี เจ้าของร้านใจดีบอกทางและให้นามบัตร Taxi ติดมาด้วย

เวลา 14.30 นั่งรถสองแถว ความพอใจ แย่ ร้อนมาก รถติด

เวลา 15.00 หอศิลป์เฉลิมพระเกียรติ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ความน่าพอใจ แย่ที่สุด จิ้งจกซักตัวก็ยังไม่มี ใครจะคิดว่ามาแล้วจะเจองานแสดงศิลปะเด็กอนุบาลหนำซ้ำเจ้าหน้าที่ยังหลบร้อนไปอยู่อีกอาคาร พัดลมซักตัวก็ไม่เปิด

เวลา 15.30 นั่งเล่นริมสระในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ความพอใจ ดี อากาศเย็น สบาย เคลิ้มเป็นบางจังหวะ ทั้งที่อ้าปากพูดไปด้วย

เวลา 16.00 หาดใหญ่ ICE Dome ความพอใจ ผิดหวังและสมหวัง ผิดหวังที่ไอ้ลิงสองตัวนี้ ทำไม๊ ทำไมไม่รู้ว่าต้องนุ่งกางเกงขายาวรองเท้าหุ้มส้นเข้าเยี่ยมชม
เพราะอุณภูมิ -15 องศา มนุษย์หน้าไหนที่ใส่ขาสั้น หนีบแตะมันจะทนไหว (โอ๊ตปวดกระดูกจนต้องวิ่งออก ในขณะที่ผมวิ่งตามกลัวโอ๊ตถึงทางออกก่อน ) แต่ก็สมหวังที่ได้มาซักที อย่างน้อยก็ได้มาถ่ายรูป แล้วก็ถือว่าได้มาแล้ว

เป็นตลอดเวลา 3 ชั่วโมงกว่า ที่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมฆ่าเวลา ล้วน ๆ ไร้การจดจำ ผมยอมรับว่า ผมอยากให้พระอาทิตย์ตกเร็ว ๆ เพื่อจะรอดูไฮไลท์สำคัญนั่นก็คือ งานเทศกาลโคมไฟหาดใหญ่สีสันเมืองใต้ แต่เท่าที่ดูจากผ้าโคมไฟขึ้นราตรงทางเข้าแล้ว สงสัยจะกร่อยอีกซะละมั้งหาดใหญ่

เวลา 16.30 เขาคอหงษ์ พระแม่กวนอิม พระพุทธมงคลมหาราช ท้าวมหาพรหม ความพอใจ ……

หลังจากตกลงราคา พี่ชาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของที่นี่ แต่มารับจ๊อบพิเศษ พานักท่องเที่ยวขึ้นไปเยี่ยมชม ก็พาเราเดินไปที่รถ กดประตู ปิ๊ป ๆ ก่อนจะพาหันรถเชิดหน้าขึ้นภูเขาชื่อ “คอหงษ์” ตามคำบอกเล่า

“เดี๋ยวน้องตามสบายเลยนะครับ ใช้เวลาได้เต็มที่ จุดแรกที่พี่จะพาไปก็คือ พระแม่กวนอิม” พี่ชายย้ำคำว่าตามสบายหลายรอบ ..

เม็ดเหงื่อที่หยดจากหน้าผาก ผสมกับน้ำตาจากควันธูป เข้ากันดี กระตุ้นให้น้ำตาไหลออกมาอีก ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกเศร้า เรารีบกราบลาพระแม่กวนอิม องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานบนวิหารแปดเหลี่ยม ก่อนที่ท่านจะสงสัยว่า พวกลูกมีทุกข์อะไรกัน

รถวิ่งเชิดหัวขึ้นอีกผ่านป่าดิบแล้งกึ่งชื้นมาตลอดทาง สองข้างทางร่มรื่น ถนนถูกตีเส้นเป็นระเบียบเรียบร้อย

“โอ๊ต เฮ้ย มาปั่นจักรยานซิ เนี่ย เจ๋งนะมึง” ผมกระตุ้นโอ๊ตที่ดูเหมือนเพลียแดด
“น่ามานะ บนภูเขาแบบนี้ แล้วถนนก็ดี น่าจะปั่นสนุก” โอ๊ตกระตือรือร้นกว่าที่ผมคิด
“ที่นี่มีคนปั่นจักรยานมาเยอะครับ เค้าก็มีจัดกลุ่มกัน ปั่นขึ้น ปั่นลง พวกวิ่งก็เยอะ “ พี่แกรวมแจมกับเรา

รถเลี้ยวซ้ายเข้าซองพิเศษ ก่อนที่พี่แกจะบีบแตรปิ๊ด ๆ ให้ยามมาเลื่อนแผงกั้นขาวแดงออก

“เพื่อนพี่เอง พี่แซวมัน เนี่ย พี่ทำงานอยู่ที่นี่แหละ” พี่ชายเหยียบคันเร่งเพื่อขึ้นเนิน

รถเชิดหน้าค่อย ๆ ไต่ความสูง ขึ้นไปอีกนิด กระจกบานใหญ่หน้ารถอาจจะไม่ชัดเต็มตา แต่ภาพที่เห็นมันก็เจ๋งเกินกว่าจะยัดเข้าสู่โปรแกรมฆ่าเวลาอันน่าเบื่อ

ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าเป็นพระพุทธมงคลมหาราช ปางค์ห้ามญาติ องค์ใหญ่ยื่นตระหง่าน อยู่เบื้องหน้า ทองเหลืองบริสุทธิที่ห่อหุ้มองค์ไว้ สะท้อนแสงแดดเป็นประกายแวววับจับตาความสูงราว 15 เมตร ทำเราต้องเงยหน้าขึ้นลงดูหลายรอบกว่าจะครบมุม พร้อมเบื้องหน้าเป็นเมืองหาดใหญ่ทั้งเมืองในมุมกว้าง ที่ชักชวนให้เราเดินลงจากรถโดยไว

พระ

“เฮ้ย เจ๋งหว่ะ มีที่แบบนี้ด้วย เฮ้ย เจ๋งหว่ะ” ผมพูดคำศัพท์ซ้ำ ๆ ประจำตัว
“เออ เจ๋งจริงหว่ะ” โอ๊ตก็เคลิ้มไปด้วย

โอ๊ตหยิบโทรศํพท์มาถ่ายภาพ Panorama ตามถนัด ลมพักโกรกเมื่อเราออกมาตรงจุดชมวิว บันไดทอดยาวไต่ระดับตามไหล่เขา ถูกจับจองเป็นที่นั่งชื่นชมเมืองทั้งเมืองที่อวดโฉมแบบ 180 องศาตึกรามบ้านช่องขนาดเล็กแผ่กว้างพอให้ประมาณได้ถึงความเจริญของหาดใหญ่ในปัจจุบัน เครื่องบินที่บินผ่านและกลืนหายไปกับก้อนเฆมที่มีแสงลอดผ่านกลีบเฆมลงมาเป็นเส้นเล็ก ทำให้ภาพนี้ดูกี่ครั้งก็คงไม่มีวันเบื่อ เกินคาดจริง ๆ หาดใหญ่ในมุมสูง

ทำไมนะ ต้องกลับคืนนี้ด้วยนะ … ?

หาดใหญ่ Panorama

คลิกดูภาพใหญ่ได้เลยนะครับ

ตอนถัดไป 8 / 4 = 2 อาดัง ราวี หลีเป๊ะ ตอนที่ 11 (ตอนจบ) : เทศกาลโคมไฟหาดใหญ่สีสันเมืองใต้

———-

วันอาทิตย์ เรื่องสั้น 1000 เรื่อง : เรื่องที่ 1  ดช. พรมแดง

วันอังคาร Diary เดินทาง 8 / 4 = 2 อาดัง ราวี หลีเป๊ะ (ตอนจบ)

สอนออกกำลังกาย และโภชนาการ เข้าใจง่าย ได้ผล

สอนออกกำลังกาย สอนโภชนาการ เข้าใจง่าย ไม่หักโหม ไม่อดอาหาร ปลอดภัย

Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Nutmos

Apple, camera, computer and my life

Thailandkendama's Blog

Kendama Pro skill

Teerapuch Room

Back to basic before go to advance

Wrong Hands

Cartoons by John Atkinson. ©John Atkinson, Wrong Hands

นานาสาระกับนายกาฝาก

คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี บ่นไปเรื่อย ไม่ให้ตกกระแส

JEDIYUTH

May the Movie Force Be With You

SAGURONG

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ SAGURONG ครับผม ^_^

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.