Archive | นินทาสัตว์เลี้ยง (เรื่องจริง) RSS feed for this section

เรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 10 “หวังว่าคงมีโอกาสได้เป็นเพื่อนกันอีก”

3 มี.ค.

sagurong

เรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 10 “หวังว่าคงมีโอกาสได้เป็นเพื่อนกันอีก”

ผมไม่สามารถควบคุมสติได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อซักครู่นี้ รู้ตัวอีกที ผมก็พกผ้าเช็ดตัว ที่เปียกชุ่มน้ำพาดไหล่ติดไปด้วย ผมได้นม แต่ไม่ได้ไข่กลับมาปีโป้ยังนอนหายใจถี่ ผมเรียกปีโป้ซ้ำไปซ้ำมา ผมเริ่มลุกลี้ลุกลน ทำอะไรไม่ถูก ปีโป้ค่อย ๆ เปิดเปลือกตามองดูผม ผมไม่มีภาชนะใส่นม มองซ้ายมองขวา เอายังไงดี ผมเลยราดนมลงไปในหลุ่มดินซึ่งไม่ลึกมากตรงใกล้ ๆ ปากของปีโป้

“โป้ ลุกขึ้นมากินเร็ว ลุกมาเร็วแก” ผมขอร้อง

ปีโป้ลืมตา ขยับขาหลัง หายใจช้าขึ้น ท่าทางอ่อนเพลีย กระพริบเปลือกตาช้า ๆ พยายามพลิกตัวและลุกขึ้น หัวใจผมพองโตขึ้น ดูเหมือนปีโป้กำลังจะรู้วิธีเยียวยาตัวเองให้มีชีวิตรอด ปีโป้ลุกขึ้น เริ่มสะบัดดินออกจากตัวด้วยท่าทีที่้ช้ากว่าปรกติ ปีโป้ยังดูง่วง ๆ พร้อมขยับจมูกมาดม นมที่ผมเทไว้ให้

ปีโป้เงยขึ้นมามองหน้าผม แล้วก็กลับตัว ใช้เท้าหลังตะกุยดินกลบหลุมนมที่ผมเทลงดินจนดินท่วมนม ก่อนจะขยับหัวและหันหน้าไปกัดหมัดตรงสะโพกขวา แล้วเดินเหยาะ ๆ ไปทางสนามหญ้า

“อ้าวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว” ผมตะลึง
“เอ่ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ” ผมฉงน
“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” ผมอึ้ง

“อ้าวววว อะไรอะ ยังไม่เห็นกินอะไรเลย ทำไมวิ่งปร๋อแล้วละ ไม่ได้เป็นไรหรอกเหรอ อ้าว แล้วเมื้อกี้เป็นอะไรอะ แล้วจู่ ๆ ก็วิ่งออกไป ทำแบบนี้ได้ไงวะ “ ผมบ่นกับตัวเอง

“ว่าไงเตย” เตยโทรมาพอดี
“พี่ส้มมาแล้วนะ พี่รงค์” เตยแจ้งข่าวดี ส้มมาไวกว่าที่ผมคิด
“เอิ่ม เตย ยังไงดีละ” ผมอึกอัก
“คือเตย โป้อะ เมื่อกี้เตยก็เห็นใช่มะ ว่าปีโป้มันพะงาบ พะงาบอยู่” ผมเกาหัวระหว่างคุย
“อ้าวทำไมละพี่รงค์ อย่าบอกนะว่า” เตยเดา
“เออ ใช่ละเตย มันไปแล้ว วิ่งฉิวเลย เฮ้ยเตย แล้วเมื่อกี้มันอะไรวะ พี่งง” ผมยังฉงน
“ฮา .. ไม่เป็นไรก็ดีแล้วพี่รงค์ งั้นหนูจะได้บอกพี่ส้ม ว่าไม่มีอะไรแล้ว” เตยตอบน้ำเสียงสบายใจ
“ฝากขอบคุณส้มมากนะเตย โทษทีด้วย” ผมทิ้งท้าย ก่อนจะวางสาย

ช๊อค…. มึน…..งง….. ปนดีใจ ปีโป้ไม่ได้เป็นอะไร แต่เหตุการณ์ เมื่อกี้คืออะไร ผมยังคงงง และเกิดคำถามต่อเนื่อง

ผมยังนั่งดูหลุมนมต่ออีกซัก 5 นาที พร้อมลำดับเรื่องราวให้ตัวเองหายงง

นาทีที่ 1 เมื่อกี้โป้มันดูเพลีย ๆ แล้วน้ำลายเหมือนจะฟูมปาก
นาทีที่ 2 หายใจถี่ ตาเศร้าศร้อย เหมือนกำลังจะตาย
นาทีที่ 3 ผมคิดว่า โดนยาเบื่อ แน่ ๆ หรือไม่ก็ โดนสารเคมีจากการพ่นปลวก
นาทีที่ 4 ผมเจอพร้อมเตยและโบว์ พยายามจะหาทางแก้ ไปนมมาให้กิน
นาทีที่ 5 จู่ ๆ ก็ตื่นขึ้นมา ถมนมทิ้ง แล้วก็เดินหนีไป อาการเมื่อซักครูหายเป็นปลิดทิ้ง

สุดท้ายผมก็ไม่หายงง จนทุกวันนี้

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผมกับปีโป้ได้เจอกันบ้าง ผมยังเอาเอาหารมาวางไว้ให้ปีโป้เสมอ มีบางวันปีโป้ ก็แวะมากินจนหมด บางวันแมวบ้านอื่นก็มาแย่งกินจนหมดเหมือนกัน เราได้เจอกันบ้าง แต่ไม่ได้ไปวิ่งด้วยกัน และเจอกันทุกวันแบบเมื่อก่อนแล้ว

ไม่นานหลังจากนั้นผมตัดสินใจย้ายงานเข้ากรุงเทพ ตอนก่อนจะตัดสินใจย้ายงานในใจก็นึกห่วงปีโป้อยู่เหมือนกันว่าจะอยู่อย่างไร แต่มาคิดดูแล้วเห็นว่างานสำคัญกว่า และปีโป้ก็คงจะดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว ถึงจะเริ่มแก่ แต่ก็ยังมีแรงทะเลาะกับตัวอื่น นี่ถือว่าไม่ธรรมดา

ผมไม่ได้บอกลาปีโป้ในวันที่ผมย้ายของ ตอนแรกผมคิดว่าใกล้ ๆ วันจะไป ก็น่าจะได้เจอปีโป้บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ เลยไม่ได้บอกลากัน

ผมคิดว่าตอนนี้ปีโป้คงเศร้าอยู่มาก ห่างจาก ชีโร่ วาหว้า ปิ่นโตและผมเองก็ไปแบบไม่ได้บอกลากัน ปีโป้คงจะเหงา ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดจะพาปีโป้วิ่งไปบ้านใหม่ของชีโร่ เพื่อให้ปีโป้ได้คุ้นทาง จะได้ไปมาสู่กับชีโร่ได้ แต่ผมก็ไม่ได้ทำอย่างที่คิดเอาไว้ นี่เป็นเรื่องเดียวที่ผมคิดว่าผมยังติดค้างปีโป้

จนทุกวันนี้ผมเข้ามากรุงเทพได้ 5 เดือนแล้ว ผมคิดถึงปีโป้เสมอ ผมก็ได้แต่หวังว่า ปีโป้คงสบายดี อยู่ที่ไหนซักที่ ที่มีอาหารไม่ขาดปาก มีที่หลับนอน
ไม่โดนฝนโดนแดด และไม่มีคนรังแกด้วย สุดท้ายคงจะได้พูดได้แค่เพียงว่า

“คิดถึงมาก และหวังว่าจะมีโอกาส ได้เป็นเพื่อนกันอีก”


——————————————————————————————————————————————————————–

ขอบคุณที่ตามอ่านครับ ผมดีใจมากที่ได้เขียนถึงหมาที่ผมรัก “ปีโป้” ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่าหมาทุก ๆ ตัวที่ผมจะเลี้ยงก็จะชื่อ “ปีโป้” แบบนี้ไปทุกตัวผมจะบอกว่า ผมสนุกมากกับการได้เล่าถึงปีโป้ครับ ปีโป้มีตัวตนจริง ๆ ที่คุณอ่านนี้ไม่ใช่เรื่องแต่ง ผมมีความสุขมาก ที่ได้เขียนถึงปีโป้ในบทใหม่ ๆ และมีความสุขมากที่เห็นยอดผู้อ่านเพิ่มขึ้นทุกวัน มีผู้อ่านคยไทยที่อาศัยอยู่ที่ ไทย สิงคโปร์ อเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมัน ลาว อินโดนีเซีย และฮ่องกงที่เข้ามาอ่านที่ผมเขียนไว้ ขอบคุณมาก ๆ ครับ ทุก ๆ คน

สำหรับงานชิ้นถัดไป จะเป็นเรื่องสั้น 10 เรื่องครับ รอติดตามชมด้วยนะครับผม (สัญญาว่าจะอัพเดตให้ถี่กว่านี้ครับ)

ขอบคุณที่ตามอ่านและให้กำลังใจครับผม
SAGURONG

เรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 9 “พี่ไม่กล้าจับ กลัวมันกัด ทำไงดี”

24 ก.พ.

เตยเรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 9 “พี่ไม่กล้าจับ กลัวมันกัด ทำไงดี”

อากาศในวันนี้ร้อนเป็นพิเศษ เสียงแอร์หึ่ง ๆ ทำให้อารมณ์ไม่สงบ ผมป่วยจากการท้องไส้ไม่ปรกติ เพราะยำแหนมคลุกร้านประจำที่กินทีไร ก็จะมีอาการอึดอัดท้องไส้ทกที แต่เวลาท้องว่างทีไรแล้วได้เดินผ่านเห็นคนยืนต่อคิวเยอะ ๆ แล้วน้ำสายสอ อดใจไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องไปต่อคิวซื้อทุกที ก็เพราะยำแหยมคลุกนี่แหละ ทำให้ผมต้องลางาน กว่าจะมีแรงลุกจากเตียงไหว ก็ปาไปเกือบเที่ยง

“ตึง” เสียงจากการเปิดประตูบ้าน ผมสงสัยว่าเสียงอะไร

“S&#5X” เสียงครางเบา ๆ อยู่ที่หน้าประตู

“อ้าว โป้ มาไงวะ” ผมแปลกใจจู่ ๆ ก็มนอนขวางประตู

“เฮ้ย ไปไงมาไง โอเคไหมหนิแก กินข้าวยัง” ผมถามด้วยความห่วงใยปนอยากจะขอโทษ

ปีโป้มานอนซมอยู่หน้าบ้าน ตกประตูบ้านพอดี ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างกายซูบผอมแบบเห็นได้ชัด แผลตามตัวเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ทั้งแผลเป็นและแผลสดใหม่ ใบหูที่บวมเป่ง มันแดงขึ้นและพับหักงอ แมลงวี่ บินรอบตัวปีโป้ เผ้าเจาะแผลพุพองไม่บินไปไหน ถึงแม้ปีโป้จะใช้หางสะบัดกำจัดไปบ้าง แต่ก็ดูเหมือนมันจะย้ายสำมะโนประชากรมาบนลำตัวปีโป้อยู่ทุกฝีเก้า

ความรู้สึกเวทนาและสงสารเกิดขึ้นเต็มหัวใจผม ปีโป้ในวันนี้ต่างจากวันที่เห็นตอนแรกเห็นอย่างมากผมเดินเข้าไปในที่ตู้เย็น หยิบไก่ทอดที่ซื้อมาเมื่อวานแต่ไม่ได้กินเพราะอิ่มจากยำแหนมคลุกเสียก่อน ออกมาให้ปีโป้กินปะทังความหิว

ปีโป้ค่อยๆ กิน ไม่มูมมาม แต่ก็รู้สึกได้ว่ากำลังหิวมาก หลังจากกินหมด ซึ่งก็แน่ใจได้ว่า ยังไม่อิ่ม ปีโป้ก็หลบไปนอนใต้ต้นมะยมข้างรั้ว ตามองมาที่ผม ผมเดาว่านั่นคือความรู้สึกผิดที่แสดงออกมาทางสายตา เรามองกันเหมือนเข้าใจความรู้สึกกันว่าต่างฝ่ายต่างคิดถึงกัน ผมปล่อยให้ปีโป้นอนหลับไป ก่อนจะออกไปหาอะไรกินบ้าง

หลังจากกินข้าวเรียบร้อยในช่วงบ่ายผมยังนอนพักผ่อน ก่อนจะมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา

พี่รงค์ เตยเอาข้าวมาให้” ปลายสายพูด

“อ้าวเหรอ ขอบคุณมาก เดี๋ยวลงไปเลย” ผมรีบใส่เสื้อผ้าก่อนจะรีบลงบันได บนคอมีผ้าเช็ดหัวคาดไปด้วยเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

“พี่รงค์ หวัดดีค่ะ” เตยกับโบว์ ยกมือไหว้

“ดีครับ ขอบคุณมาก” ผมรับข้าวมาจากมือเตย

“พีรงค์ ปีโป้มันเป็นไรเหรอ” เตยหันไปที่ปีโป้

“หืมมม” ผมพึมพำปนแปลกใจ

ปีโป้นอนกึ่งหลับ กึ่งตื่น เหมือนฝันอะไรอยู่ ตัวสั่นและมีน้ำลายฟองเล็ก ๆ อยุ่มุมปากผมนั่งลงจ้อง สังเกตอาการชัด ๆ

“โป้ แกเป็นอะไร โป้ได้ยินป่าว”ปีโป้ตอบสอนด้วยการหายใจแรงขึ้นและหนักกว่าเดิม เหมือนยังฝันอะไรอยู่

“เหมือนมันเมาอะไรเลยหน่ะพี่รงค์ มันโดนยาเบื่อหรือเปล่าพี่รงค์” เตยออกความคิดเห็น

“เหรอ ๆ อาการมันเป็นแบบนี้เหรอ” ผมแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ของปีโป้

“พี่รงค์ พาไปหาหมอไหม” เตยออกความคิดเห็น

“อืม ๆ ยังไงดีละ ยังไงดี” ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูก

“เออ ไงดี พี่รงค์เอาผ้าอุ้มไปไหม เดี๋ยวเตยโทรเรียกพี่ส้มให้ พี่ส้มมีกระบะ” เตยมีสติหาแนวทางให้

“อืม ๆ แต่ว่า ทำไงดี พี่ไม่กล้าจับ กลัวมันกัด ทำไงดี มันเพิ่งกัดพี่มาด้วย มันจะให้พี่จับไหม” ผมกล้า ๆ กลัว ๆ

“ลองดูนะพี่รงค์ เออ เดี๋ยวเตยไปดู ถุงทองก่อนนะ ไม่รู้เป็นไรบ้างป่าว สงสารมันอยู่ตัวเดียว ถ้าพี่ส้มมาเดี๋ญวเตยมาหาที่บ้านนะ พี่รงค์หาทางจับตัวปีโป้ให้ได้ก่อนนะ”

“อืม ๆ  ขอบใจมากเตย” ผมยังนั่งคุกเข่าหาวิธี

ปีโป้ยังมีอาการเหมือนเดิม ผมกำลังหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น

“หรือไก่ที่ผมให้ไปจะเสีย หรือโป้โดนยาเบื่อ หรืออากาศร้อนปีโป้เลยเป็นบ้า หรือปีโป้รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายเลยมาหาผม “ ความคิดผมฟุ้งซ่านเลยเถิด

ผมนั่งเฝ้าดูอาการปีโป้อีกซักพัก ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าอาการแบบนี้ นม นม เท่านั้น ไข่ ไข่ขาว อาจจะช่วยได้ก่อนจะเกิดประตูเข้าไปในบ้าน ตาก็ไปสะดุดกับ

“จะมีการพ่นน้ำยากำจัดปลวกในวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ขอให้ทุกท่านอย่าล๊อกถุญแจหน้าบ้าน เพื่อความสะดวกเจ้าหน้าที่ ขอบคุณค่ะ”

สำนักงานชมเดือนหมู่บ้านชมเดือน “

ผมหายไปไม่เกิน 10 นาที แล้วได้นมถั่วเหลืองมา 2 กลอ่ง ไข่ขาวหาไม่ได้ใน 108 shop สาขานี้ ผมเรียกปีโป้ซ้ำไปซ้ำมา ปีโป้ลืมตาปริบ ๆ มองดูผม ผมไม่มีภาชนะใส่นม ผมเลยราดนมลงไปในหลุ่มดินซึ่งไม่ลึกมากตรงใกล้ ๆ ปากของปีโป้

ปีโป้มองดูนมที่ผมเทลงไป หลับมาและหายใจแรงอีกครั้ง ..

———————————————————————————————————————————————————————-

ตอนถัดไป (ตอนจบ) “หวังว่าคงมีโอกาสได้เป็นเพื่อนกันอีก”

เรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 8 “จะไปไหนก็ไปเลยไป ชิ้ว ๆ”

21 ก.พ.

ชีโร่

เรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 8 “จะไปไหนก็ไปเลยไป ชิ้ว ๆ”

ผมกลับมาบ้านมีผ้าพันรอบมือขวา ผมดูจะชอบผ้าพันแผลนี่ซะแล้ว เพราะไปไหนมาไหนมันช่างใหญ่สะดุดตาคนรอบข้างเสียเหลือเกิน คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็จะถามทันที่ที่เจอผมว่า “ไปโดนอะไรมา” หรือ “เกิดอะไรขึ้น” ผมก็จะตอบแบบยิ้มว่า “หมากัด”

ในช่วงที่มีผ้าพันแผลอ กินระยะเวลาซัก 2 อาทิตย์กว่า ในช่วงนี้ผมไม่เจอปีโป้ซักครั้งเดียว แต่ถึงผมไม่เจอปีโป้ ผมก็ยังมีคนอีกมากมายที่ทักทายแผลที่ปีโป้ฝากไว้ให้ ทุกคนถามด้วยความห่วงใยกับผมกันทุกคน ยังไงก็ตามที ผมยังไม่หายโกรธเจ้าตัวดี ถ้าเจอผมจะไล่ให้ไปไกล ๆ เลย หนอยแน่ กินอาหารบ้านเค้า ยังมากัดอีก อาทิตย์ถัดมา บ้านหลังเก่าผมก็ซ่อมเสร็จ

เราย้ายกลับบ้านเก่าแบบทุลักทุเลไม่ต่างจากตอนขนมา มอเตอร์ไซด์ยังเป็นพาหนะหลักของผมในการช่วยย้ายข้าวของ บ้านใหม่ปูกระเบื้องเสียเรียบร้อยไม่ทิ้งเค้าโครงเดิมที่เคยมี สีขาวครีมที่ทาสดใหม่กลิ่นยังไม่จางหายไปเลย มีเพียงแต่บันไดบ้านเท่านั้นที่ไม่ถูกปรับปรุง เสียงไม้ผุยังทำให้เวลาเดินยังมีเสียง “ออดแอ๊ด” อยู่

ผมลงมาหน้าบ้านในเย็นวันนั้น ชีโร่วิ่งมาหน้าบ้านและท่าทางดีใจที่ผมกลับมา ชีโร่พยายมปีนตัวผม แต่ผมก็ถอยหนี ผมหันมองไปทางสนามหญ้าเจ้าตัวดีก็ปรากฏตัวมาซะที

“ไป ไป๊ มาทำไม จะมาหาเรื่องกันเหรอ” ผมใจร้ายน่าดูเลยนะครับ

เจ้าตัวดี เดินทำท่าหงอย ๆ ผ่านหน้าบ้านนิดหน่อย

“จะไปไหนก็ไปเลยชิ้ว ๆ “ ผมยังสวมบทคนใจร้ายที่ไม่ลืมเรื่องอดีต ทั้งที่แผลก็เกือบจะหายแล้ว

เจ้าตัวดี เดินคอตกและหายไปทางซอย 6

หลังจากนั้นเกือบ 2 อาทิตย์ ผมก็ไม่เจอปีโป้เลย แต่ถึงเจอผมก็ไม่สน พูดกันตามตรงว่ายังไม่หายงอน ก็มีบางเวลาที่มองหาบ้าง เรียกมากินข้าวบ้าง เตรียมข้าวไว้ให้บ้าง นั่งรอบ้าง แต่ก็ยังไม่หายงอน และร้สึกปีโป้ก็จะยังไม่หายเสียใจที่โดนผมไล่ตะเพิดด้วย

เราไม่เจอหน้ากันในอีก 1 เดือนถัดมา ผมยังคงถามหาทุกครั้งที่ได้มีโอกาสเล่นกับชีโร่

“ชีโร่ ปีโป้ ไปไหน ไม่เห็นบ้างเลยเหรอ” ชีโร่กินอาหารเม็ดที่วางไว้บนมือผม โดยไม่ได้สนใจผมนัก
“พี่รงค์ หน่อยจะย้ายบ้านไปแล้วนะ” หน่อยเดินตามวาหว้า เข้ามาที่กองอาหารเม็ด ที่ผมเทไว้ให้
“อ้าว หน่อยจะย้ายไปไหน” ผมซักไซ้
“พอดีหนูซื้อบ้านสุขุมวิทไว้หน่ะพี่รงค์ มันเสร็จแล้ว ก็เลยว่าจะย้ายไปกันละจ๊ะ” หน่อยลูบหัวชีโร่
“อ้าว ไปกันเมื่อไหร่ อย่างนี้ก็ไปกันหมดเลยซิ” ผมเช็ดมือที่เปียกน้ำลายชีโร่กับกางเกงก่อนจะหันไปลูบหัววาหว้า
“ใช่ ๆ แก๊งจะย้ายบ้านแล้ว เนอะใช่ไหม เราจะไปบ้านใหม่แล้วเนอะ จะได้ไม่มีคนใจร้ายมาคอยร้องเรียนเราอีกแล้วเนอะ” หน่อยลูบหัวชีโร่
“โหย แบบนี้พี่ก็เหงาแย่ซิ ไปกันหมด ปีโป้ก็หายไป” ผมพูดน้ำเสียงตัดรอน
จ้า” หน่อยตอบผมก่อจะเดินตามชีโร่กลับไปที่บ้าน
“หน่อยไปกันเมื่อไหร่นะ” ผมตะโกนข้ามถนนในซอยบ้าน
“เดือนหน้าจ้า” หน่อยตอบก่อนจะพาหวาว้าเข้าบ้าน

หลังจากพยายามขี่มอเตอร์ไซด์ไปหาตามซอยในช่วงเย็น ทิ้งอาหารไว้ในช่วงเช้า ก็ไม่ปรากฏวี่แววของปีโป้ เราขาดการติดต่อกันร่วม 2 เดือน นับจากเหตุการณ์ในวันนั้น

แก๊ง 3 สหาย ย้ายบ้านไปแล้ว สนามหญ้า หน้าบ้านที่เมื่อก่อนเคยมีสุนัขสีขาววิ่งร่าเริง พร้อมลูกสาวแสนซนขี้ระแวง และสุนัขพันปั๊ก ท่าทางเข้มขรึมและที่ขาดไม่ได้สุนัขหนุ่มขี้เล่นและเป็นมิตร “ปีโป้”  วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ภาพแบบนี้ไม่มีให้เห็นอีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้สนามหญ้าขาดเสน่ห์ไปอย่างไรบอกไม่ถูก แต่มันคงดีสำหรับบางคน อย่างเช่นแหม่มสาวครูสอนภาษาอังกฤษที่ไม่ต้องเดินหลบ ๆ ระมัดระวัง รอบ ๆ สนามหญ้าอีกต่อไปแล้ว และป้ารับจ้างซักเสื้อที่ต้องโดนแก๊งหมาไล่ทุกครั้งที่มาเก็บเสื้อ ก็คงจะสบายใจขึ้นเยอะ … แต่กับผม .. คิดว่า ความรู้สึกตรงกันข้าม

———————————————————————————————————————————————————————-

ตอนถัดไป “พี่ไม่กล้าจับ กลับมันกัด ทำไงดี”

เรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 7 เย็นวันศุกร์ที่ 16 มีนาคม

15 ก.พ.

แตงเรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 7 เย็นวันศุกร์ที่ 16 มีนาคม

ห้าโมงตรง ผมเด้งออกจากออฟฟิต แบบไม่รอช้า ระยะทางจากโรงงานไปตลาดใช้เวลาตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากออฟฟิตจนจอดมอไซด์อย่างสนิทใช้เวลา
ไม่ต่ำกว่า 15 นาที วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวเหมือนเมื่อวานและวันก่อน ช่วงนี้อากาศร้อนมาก แม้แต่เวลาจะล่วงพลบค่ำแล้วก็ตาม ผมเดินซื้อกับข้าวใน
สภาพที่เหงื่อท่วมหลัง ผมไม่อยากเดินนานนัก เพราะเหนียวตัวเต็มทน ผมได้ลูกชิ้นร้านโปรดและไก่ส่วนอกเพิ่มโปรตีนในช่วงที่เริ่มกลับมาออกกำลังกาย
อีกครั้ง เพราะทราบว่าให้โปรตีนในปริมาณที่สูงพอควร

ผมเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ เพราะแตงกำลังจอดรถ เรามาถึงในเวลาไล่เรี่ยกัน
“ซื้ออะไรมากินพี่” แตงทักทายระหว่างถอดรองเท้า
“ข้าวกับลูกชิ้นแล้วก็ไก่ครับ” ผมคลำหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเพราะมีสายเข้า
“ว่าไงมิว” ผมทักทายในแบบฉบับผม
“อ้าวเหรอ กำ พี่ซื้อข้าวมาแล้วอะมิว พี่ลืมไปเลย” ระหว่างคุยผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนชั้นบน
“โหย เชอรี่ก็ไปเหรอ เออ ๆ ไป ๆ อยากเจอเชอรี่ กุ้งด้วยใช่ไหม โอเค ไป ๆ ตอนกี่โมงมิว” ในใจผมคิดเรื่องข้าวที่ซื้อมาไปด้วย
“โอเคครับ ได้ ๆ 15 นาทีเนอะ เจอกัน ครับมิว” ผมวางกระเป๋าและถุงกับข้าวบนพื้นห้อง

หลังจากล้างหน้าเสร็จผมหยิบถุงข้าวลงมาข้างล่าง ความตั้งใจคือจะไปบ้านหลังเก่า เอาข้าวไปกองไว้ให้ปีโป้ ประตูเปิดออกยังไม่เต็มบานดีนัก ผมก็เห็นปีโป้ กำลังวิ่งเหยาะอยู่ใกล้ ๆ ถังขยะฝั่งตรงข้าม เยื้อง ๆ บ้านผม

“โปปปปปปปปปปปปปปป้ …”

ปีโป้หันมามองที่ผมก่อนจะหยุดหันมองซ้าย มองขวา ลดหาง ก่อนจะก้มหัวลงตำ วิ่งเหยาะ มาหาผม

“มาพอดีเลย นี่ ๆ มีลูกชิ้นกับไก่ ซื้อมาฝากเลยนะ” ผมเผลอพูดโกหกหวังเอาใจปีโป้

ผมรีบแกข้าว ลูกชิ้น และไก่ คุลกเข้าด้วยกัน มือก็คลุกไป ตาก็มองปีโป้ กลัวจะเดินหนีออกไปก่อน

“กินข้าวแล้วเหรอพี่ “ แตงอยู่ข้างหลังผม กำลังเปิดตู้เย็นหยิบน้ำ
“ยังครับ พี่ซื้อข้าวมา แต่ลืมว่ามีนัดจะไปกินหมูกระทะ ไปด้วยกันไหม?” ปากผมคุยแต่ตายังมองที่ปีโป้
“ไม่ครับพี่” เสียงแตงเดินไปหลังบ้าน

“โป้ ๆ นี่มะ นี่ กินเลย วันหลังก็มาบ้านนี้นะ เวลาเดิม” ผมชี้ชวน

ปีโป้เดินเข้ามาใกล้ขึ้น แววตายังล๊อกแล๊ก หางตก เนื้อตัวปีโป้มีแผลสดใหม่ตรงช่วงสะโพก ส่วนแผลเป็นทั้งเก่าและใหม่ มีให้เห็นเต็มตัว ปีโป้ค่อย ๆ กินอย่างช้า ๆ ผมพยายามพาตัวเองเดินเข้าไปหา ผมขยับไป 1 ก้าว ปีโป้ก็หยุด ก่อนจะแน่ใจว่าผมไม่เข้ามาอีก จึงเริ่มกินต่อผมเข้าไปใกล้อีกนิด ยืนมือเข้าไปใกล้ขึ้น มือของผมอยู่ห่างจากหัวปีโป้ไม่ถึง 1 ฟุต ปีโปนิ่ง ผมขยับมือเข้าไปใกล้อีกนิด

ปีโป้สะบัดหัว ก่อนจะหันมางับมือขวาผม ผมผงะถอย 1 ก้าว ปีโป้ใช้ 2 เท้าหน้าเกาะค้างไว้บนน่องด้านขวาผม หน้าปีโป้เกือบหน้าอกผมแล้ว
“ไอ้เหี้ย” ผมสะบัดปีโป้ออกจากตัวพร้อมสบถถำหยาบ

ปีโป้ยืนนิ่งเอียงข้างใส่ผม ดวงตาเหล่มองดูความเคลื่อนไหวของผม ปีโป้แยกเขี้ยวขู่ผม มันคือคำสั่งให้ผมเลิกยุ่งนั่นเอง เลือดที่มือขวาผมเริ่มไกล ผมน้ำตาคลอรู้สึก ผิดหวัง โกรธ และเสียขวัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เป็นไรมากไหมพี่” แตงตะโกนออกจากในบ้าน
“ไม่มากแตงไม่มาก แต่ก็เข้า” ผมหันไปหาแตง ก่อนจะถอยหลังอย่างระวัง แต่ตายังจ้องปีโป้

ผมรีบเข้าห้องน้ำ เอาน้ำล้างมือ สบู่ถูบริเวณแผล หลังล้างเลือดออกเห็นได้ชัดเจนว่า มีรอยเขี้ยวและฟันอีก 2 ซี่ที่จมเข้าไปในมือผม

“ต้องไปฉีดยานะพี่” แตงถามด้วยความห่วงใย
“ครับแตง ” ผมตอบ หัวใจยังเต้นเร็ว
“พี่ไปทำอะไรมันอะ” แตงซักถามเพื่อสืบเรื่องราว
“พี่ก็แค่จะจับหัวมัน สังสัยมันจะหวงข้าว” หัวใจยังสั่นไม่หยุด ผมพูดเร็วผิดปรกติ
“สงสัยมันร้อนหน่ะพี่” แตงทิ้งท้าย

ผมก้ม ๆ เงย  ๆ ดูมือตัวเอง กลับไป กลับมา ในระยะเวลา 5 นาที ใจยังเต้นรัว ทบทวนภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกในใจขุ่นเต็มที่ โกรธปนเสียใจ แถมไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีความผิดเลยซักนิดเดียว ความผิดทั้งหมดอยู่ที่เจ้าตัวดี

เสียงรถบีบแตร ทำผมตื่นจากวังค์ ผมรีบวิ่งขึ้นไปหยิบกระเป๋าสตางค์บนห้อง ก่อนจะวิ่งแบบลืมสติขึ้นรถ

“สวัสดีค่ะ/ครับ” น้อง ๆ ทักทายผม
“ดีจ้า” ผมทักทายน้อง ๆ เสียงอ่อย
“เออ นี่เราจะไปกินที่ไหนกัน” เสียงผมยังอ่อย ๆ เหมือนเดิม
“หนองกี่ค่ะ” มิวตอบผม
“เออดีเลย พาพี่ไปหาหมอหน่อย” ผมพูดด้วยความเกรงใจ
“พี่รงค์เป็นไร” กุ้งถามด้วยเสียงสงสัย
“โดนปีโป้กัด” ผมตอบเสียงอ่อย พร้อมกับยกมืออวดแผลสดใหม่

ถึงจะไม่ใช่แผลใหญ่ แต่สิ่งที่ต้องทำคือการฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดทะยัก คุณเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้ผมไปตามนัดที่แจ้งไว้อย่างเคร่งครัด หลังจากฉีดยาไปแล้ว 2 เข็มให้กับผม พร้อมทำแผล เพราะถ้าเกิดพลาดนัดไป 1 ครั้ง ต้องเริ่มฉีดเข็มที่ 1 ใหม่ …

ไม่รู้ใครผิด .. ผมหรือเจ้าตัวดี “ปีโป้”

————————————————————————–
ตอนถัดไป “จะไปไหนก็ไปเลยไป ชิ้ว ๆ”

เรื่องของ “ปีโป้” บทที่ 6 ย้ายบ้าน

12 ก.พ.

photo (4)

เรื่องของปีโป้ บทที่ 6 ย้ายบ้าน

“พี่รงค์ครับ เดี๋ยวเราจะต้องย้ายบ้านนะพี่ พอดีเค้าจะทำบ้านให้ใหม่ ทั้งหลัง ทั้งปูกระเบื้องและทาสีให้ใหม่” แตง น้องที่พักอยู่ด้วยกัน แต่คนละห้องรีบแจ้ง
ผมแต่เนิ่น ๆ
“อ้าวเหรอ เมื่อไหร่ละแตง นี่เราเอาของฝากทิ้งไว้ได้ไหม” ผมถามข้อมูลเพิ่ม
“ไม่ดีมั้งพี่ ผมก็ขี้เกียจเหมือนกัน ของผมเยอะกว่าของพี่อีกนะ” แตงตอบผมก่อนจะปิดตู้เย็น
“จะใช้เวลาซักนานไหมแตงคิดว่า เดือนเดียวพอไหม?” ผมวางกีตาร์ลงแล้วหันไปคุยกับแตงจริงจัง
“ผมว่า น่าจะ ซัก 2 เดือนนะพี่ ไม่รู้บ้านที่เค้าให้เราย้ายไป ค่าไฟจะแพงหรือเปล่านะพี่” แตงคิดถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า
“ไม่รู้ซิ ว่าแต่เมื่อไหร่เหรอแตง ที่ต้องย้ายหน่ะ” ผมพูดเสียงดังขึ้น เพราะแตงเข้าห้องน้ำไปล้างมือ
” น่าจะเดือนหน้านะพี่ ผมก็รอเค้าแจ้งมาเหมือนกัน” เสียงแตงก้องออกมาจากในห้องน้ำ

ก่อนจะย้ายบ้าน 1 อาทิตย์ ผมเดินไปดูบ้านหลังใหม่ที่ต้องย้ายไปอยู่ชั่วคราว บ้านอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเดิมที่อยู่ตอนนี้ ห่างกันไม่ถึง 100 เมตรเพียงแต่อยู่คนละซอย ผมนึกห่วงปีโป้ อยู่พอสมควร เพราะผมไม่เจอปีโป้มาเกือบจะ 2 อาทิตย์แล้ว และก่อนที่ผมจะย้ายบ้านไป ก็อยากจะบอกปีโป้ก่อนให้ตามมากินข้าวที่บ้านหลังใหม่ แต่จนแล้วจนเล่า ผมก็ยังไม่เจอปีโป้ 

ผมกับแตงทุลักทุเลพอสมควรในการขนของต่าง ๆ ย้ายจากหลังนึงไปหลังนึง ผมใช้มอเตอร์ไซด์ช่วยในการขน เน้นขับไปกลับหลาย ๆ เที่ยว ข้าวของส่วนใหญ่ของผมจะเป็นเสื้อผ้า หนังสือ CD กีตาร์ ผมทิ้งตู้หนังสือไว้ที่บ้านเก่า เพราะคิดว่าน่าจะลำบากที่จะแบกไปแบกมา อีกทั้งย้ำกับช่างที่มาซ่อมบ้านว่า ให้ช่วยดูแลตู้หนังสือให้ด้วย แตงน่าจะลำบากกว่าผมมากนัก ของใช้ เฟอร์นิ์เจอร์ชิ้นต่าง ๆ ถูกแบกลงจากบ้าน ลงรถ จากรถ ลงบ้านใหม่ วุ่นวายพอตัว เราใช้เวลากัน 2 วันในการเคลียร์ หลาย ๆ อย่าง สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี คงเหลือแต่ปีโป้ ..

ผมเดินไปบ้านเก่าในเย็นวันหนึ่ง ชีโร่ต้อนรับผมเป็นอย่างดี ผมเห็นกองทรายและถุงปูน พร้อมอุปกรณ์ในการปรับปรุงบ้าน กองอยู่บริเวณหน้าบ้านแต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมตั้งใจจะเดินมาดู ผมถามชีโร่ว่า “ปีโป้ ไปไหน” ผมไม่ได้รับคำตอบจากชีโร่ ดูเหมือนชีโร่ ก็จะไม่รู้เหมือนกัน ผมได้เจอนิดหน่อยในเย็นของอีกวัน ผมถามนิดหน่อยว่า “เห็นปีโป้หรือเปล่า” หน่อยก็บอกว่า “ตอนเที่ยง ๆ หน่อยเห็นอยู่นะ มานอนใต้ร่มมะยม หน้าบ้านนั่นแหละ”

เย็นวันนั้นผมแวะซื้อซี่โครงไก่สับละเอียด ขี่มอไซด์กลับไปบ้านเก่า หวังดักรอเจอปีโป้ กองทรายหน้าบ้านมีขนาดเล็กลง คิดว่าข้างในบ้านคงเริ่มปรับปรุงไปบางส่วนแล้ว กลิ่นสีที่ยังไม่แห้งเตะจมูก ชีโร่เห่าเรียกผมอยู่ในบ้าน ผมเดินไปทักทายชีโร่ผ่านหน้าต่างชั้นล่าง

“ไง วันนี้เห็นปีโป้ป่าว “ ผมผงกหัว ซักถามชีโร่ ตามแบบฉบับผม พร้อมทั้งยกถุงซี่โครงไก่สับละเอียดออกมาให้ชีโร่ดู
“โฮ่ง โฮ่ง “ ชีโร่ เห่าไป น้ำลายไหลจากลิ้น ปิ่นโต เห่ามาจากข้างหลังบ้าน วาหว้า วิ่งมาเห่า อยู่ข้าง ๆ ชีโร่
“นี่ ถ้าเจอปีโป้ บอกปีโป้ด้วยนะว่า เอาข้าวมาวางไว้ให้หน้าบ้าน อย่ากินกันหมดละ” ผมฝากให้ชีโร่ไปบอกปีโป้

ผมแกะซี่โครงไก่ใส่จานของปีโป้วางไว้หน้าบ้าน คิดอยู่เหมือนกันว่า ปีโป้อาจจะไม่มาได้กิน แต่ก็ไม่นึกเสียดายเพราะอย่างน้อย ชีโร่ ปิ่นโต คงแวะมาได้กินหลังจาก
นิดหน่อยปล่อยออกมา ผมทำแบบนี้อีก 2 วันถึงเจอตัวปีโป้

ปีโป้ ปรากฎตัวมาในเวลาเกือบมืด เดินมาจากทิศตะวันตก ปีโป้ผอมลงอย่างชัดเจน หางตก ปีโป้ดมไก่ที่ผมวางไว้ให้ เงยมามองซ้ายขวา ก่อนจะค่อย ๆ กินอย่างระแวง แต่ก็ค่อย ๆ เคี้ยว ไม่มูมมาม

“โป้ นี่ฉันย้ายบ้านไปซอย 8 แล้วนะ เดือน 2 เดือนโน่นแหละ โน้น ฝั่งโน้น รู้จักไหม” ผมชี้นิ้วไปที่ซอย 8 แต่ปีโป้ยังก้มหน้ากิน
“โป้ แกรู้จักใช่ไหม วันหลังแกไปโน้นนะ กลางซอย 8 ฝั่งโน้นหน่ะ “ ผมพูดดังขึ้น แต่ปีโป้ก็ยังก้มหน้ากิน โดยไม่สนใจผม

ปีโป้กินอยู่ซักพัก ก่อนจะหันหลังพร้อมเดินไปตรงตำแหน่งกองทรายพร้อมยกขาฉี่ จองพื้นที่ไว้ ก่อนจะวิ่งหายไป

วันถัดมาผมมาหาปีโป้อีกรอบ แต่ไม่เจอ

แต่เย็นของอีกวัน ผมเจอปีโป้เหมือนเคย เช่นเคย ปีโป้ ทำเฉยเมยกับผม แต่ก็ยังกินอาหารที่ผมเอาวางไว้ให้ ชีโร่ถูกปล่อยออกมาตอนที่ปีโป้ยังอยู่ ชีโร่ท่าทางดีใจมากที่เจอปีโป้ ชีโร่พยายามเข้าไปทักทาย แต่ปีโป้ไม่ยอมให้เข้าแย่งอาหาร ขู่แยกเขี้ยว ชีโร่ คงรู้สถานการณ์ ไม่เข้าไปใกล้ และวิ่งมาหาผมแทน ผมเล่นกับชีโร่อยู่ซักพัก รู้ตัวอีกที ปีโป้ก็หายไปเสียแล้ว

——————————————————————————

ตอนถัดไป เย็นวันศุกร์ที่ 16 มีนาคม

สอนออกกำลังกาย และโภชนาการ เข้าใจง่าย ได้ผล

สอนออกกำลังกาย สอนโภชนาการ เข้าใจง่าย ไม่หักโหม ไม่อดอาหาร ปลอดภัย

Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Nutmos

Apple, camera, computer and my life

Thailandkendama's Blog

Kendama Pro skill

Teerapuch Room

Back to basic before go to advance

Wrong Hands

Cartoons by John Atkinson. ©John Atkinson, Wrong Hands

นานาสาระกับนายกาฝาก

คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี บ่นไปเรื่อย ไม่ให้ตกกระแส

JEDIYUTH

May the Movie Force Be With You

SAGURONG

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ SAGURONG ครับผม ^_^

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.