Archive by Author

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 5 : บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหก

16 ต.ค.

help

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 5 : บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหก

ป่าประมาท จะมีฝนตกในเวลากลางคืน และหยุดตกในเวลากลางวัน เช่นเดียวกับลูกพันสีแดงสดส่่องสว่างเฉพาะในเวลากลางคืน ” ลุงเด่นพุดขึ้นอีกครั้งหลังจากเดือนขอให้เล่าเกี่ยวกับป่าประมาทอีกรอบ
แต่ฝนที่ตกทุกคืน ไม่ได้ทำให้ป่าประมาทมีสภาพแฉะชื้นในตอนกลางวัน อย่างที่เราคิดกันหรอกนะ เพราะฝนทุกหยดเม็ดที่ตกที่ป่าประมาท แม่น้ำทุกสายที่เกี่ยวข้อง จะไหลมารวมกันที่บ่อพูดเท็จและบ่อพูดจริงทั้งหมด ปู่ทวดของลุงเคยบอกว่า มันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่อดีตกาล และก็ไม่มีใครรู้ว่าทำไม บ่อพูดเท็จและบ่อพูดจริง ถึงรับน้ำมากมายขนาดนั้นได้หมด ทั้งที่ขนาดบ่อก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่า.. ” ลุงเด่นมองห้องโดยรอบเป็นคำตอบ
“จากความแปลกนี้ ทำให้พวกฉกฉวยยึดบ่อพูดเท็จ เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวมาตลอด ว่ากันว่า บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหกพวกฉกฉวยเลยซักครั้ง” ลุงเด่นเดินมาจับไหล่พรมแดงเบา ๆ

“มันน่าแปลกไหมครับลุงเด่น ทำไมไม่ใช่บ่อพูดจริงละ ที่พวกฉกฉวยยึดเหนี่ยว ทำไมพวกฉกฉวยถึงอยากได้ยินอะไรที่หลอกลวงและไม่จริงจากบ่อพูดเท็จไปทำไมกัน “ พรมแดงตั้งข้อสงสัย โป้งทำหน้าแปลกใจไปด้วย
“พรมแดงต้องหาคำตอบเองแล้วแหละหลาน “

—–

“เข้ม เข้ม เข้ม ของไม่อยู่แล้ว” พรมแดงคลำหาทั่วกระเป๋า
“ได้ยังไงกันครับ นายน้อยได้ยังไงกัน” เข้มพาพรมแดงหลบเข้าไปใต้ต้นไม้ริมผา
“ไม่อยู่แล้วเข้ม ไม่อยู่แล้ว มันหายไป หายไปหมด” พรมแดงรน ทำอะไรไม่ถูก
“โดนแล้วไง” เข้มเอ่ยขึ้น

เม็ดฝนเม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่พรมแดงเคยเห็น ยังกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ในสถานการณ์ที่ถูกจำกัดความเร็วด้วยพายุฝนในเขตที่หนักที่สุด ทำให้ทั้งคู่เคลื่อนที่ได้ช้าลงเข้าไปอีกเข้มพาพรมแดงหลบกิ่งลูกพัน ที่เลื้อยคลุมพื้นไปถึงหน้าผารูปร่างแปลกประหลาด เพื่อมุ่งเข้าเขตของพวกฉกฉวย เสียงฟ้าคำรามลัดเลาะไปตามกลีบของกลุ่มเฆมที่กระจายตัวอยู่รอบป่า

“เราจะรู้ได้ยังไง ว่าใครขโมยของในกระเป๋าเราไป แล้วมันหายไปได้ยังไง ตอนไหน” พรมแดงเอ่ยขึ้น
“ดูเหมือนพวกฉกฉวยจะรู้ว่าเราจะมาครับ เราต้องเข้าไปเจรจาครับ นายน้อย ทั้งแผนที่ ที่เราจะมาเอาคืนและของในกระเป๋าที่เพิ่งถูกขโมยไป พวกมันคงได้เตรียมการไว้รอแล้วและคงต้องการสร้างเงื่อนไขอะไรบางอย่างกับเราเพื่อประโยชน์บางอย่างของมัน นี่เป็นความสามารถของพวกฉกฉวยครับ ฉกฉวยเพื่อต่อรอง แต่เดิมเจ้าพวกนี้ไม่ชอบการต่อสู้ แต่ชอบการแย่งชิง มันไม่ยากเลยที่จะขโมยสิ่งไหน ไปตอนไหนก็ได้ แต่ความสามารถนี้มีได้ในเฉพาะป่าประมาทเท่านั้นแหละครับ” เข้มก้มหน้าต่ำ แผงขนที่คอเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดฝน
“เป็นแบบที่ยายและลุงเด่นคาดการณ์ไว้ทุกอย่าง” พรมแดงตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าคำราม
“ใช่ครับ ยายและลุงเด่น พ่อของนายน้อย แม่ของนายน้อย อาเดียว และป้าพร พวกท่าน ๆ เคยเข้ามาเจรจาที่นี่ครับ แต่ครั้งนั้นการเจรจาไม่สำเร็จ พวกเราจำต้องกลับไปพร้อมกับการสูญเสียครั้งใหญ่” เข้มยังพามุ่งหน้าต่อ
“คุณตา และตำราเล่มนั้น”
“ตอนนั้น มันยื่นคำขาดให้เรานำตำราเล่มนั้นมาแลกกับอิสระภาพของคุณตา แต่แล้วการเจรจาก็ไม่สำเร็จ เราสูญเสียทั้ง 2 อย่าง .. นายน้อย ดูเหมือนเราจะเข้าโซน 2 แบบเต็มที่แล้วครับ” เข้มเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
“ไปกันไป เข้ม เราต้องรีบหน่อย ป่านนี้โป้งคงมารอที่โซน 3 แล้ว”

ลมลดระดับ เม็ดฝนลดขนาด เฆมลอยต่ำ ลูกพันสองสามลูกส่องสว่างเป็นระยะตลอดสองข้างทางสุ่โซน 2 ปากโพรงถ้ำขนาดใหญ่เปิดต้อนรับผู้ประสงค์จะเจรจา พรมแดงยกตัวลงจากหลังเข้ม พร้อมเก็บเสื้อกันฝนที่เปียกชุ่มลงไปในกระเป๋าที่ว่างเปล่า ทางที่สลัวทำปฎิกริยากับความเงียบทำพรมแดงขนลุกชัน เสียงน้ำหยดเป็นจังหวะจากหินย้อยที่ทอดตัวลงมาจากเพดานถ้ำ

“คงต้องไปอีกซักพักครับ นายน้อย ถ้ำนี้เป็นหน้าด่านของพวกฉกฉวย แต่น่าแปลกครับ ปรกติต้องมียามเฝ้าตั้งแต่ปากถ้ำ นายน้อยต้องระวังนะครับ” เข้มรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ
“เข้ม แปลกจริง ๆ แล้วละ” พรมแดงชี้ไปที่ร่างที่ฟุบหมอบในเงามืด ลักษณะเด่นชัดว่าเป็นคนเฝ้าปากทางถ้ำฉกฉวย

เสียงฝีเท้าเป็นจังหวะ ค่อย ๆ ดังมาจากปากอุโมงค์ เข้มส่งสัญญาณให้พรมแดงระวังตัวและหลบอยู่ด้านหลัง เสียงย่ำเท้าดังขึ้น ดังขึ้น ก่อนจะหยุด ห่างออกไปราว 6 ก้าว
“มาเจรจาซินะ” เสียงสั่นขุ่นมัว ก้องสะท้อนทั่วอุโมงค์

“มีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ นายน้อย การเจรจาจะไม่เกิดขึ้นตรงนี้แน่ สำหรับการเจรจาแล้ว พวกฉกฉวยมักจะซื่อตรงต่อสมาชิกทั้ง 3 ของพวกมัน”

“ก็เพราะฉันไม่ใช่ฉกฉวยยังไงล่ะ ดังนั้นเราจึงสามารถเจรจากันโดยไม่ต้องซื่อตรงต่อสมาชิกทั้ง 3 ของพวกมัน”

“เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร แล้วทำไมเราต้องเจรจากับเจ้า” พรมแดงข่มเสียงให้เข้มแข็ง ขยับตัวมาอยู่ด้านข้างเข้ม
“ตอบตามลำดับ ข้าไม่ใช่พวกฉกฉวย ต้องการช่วยเจ้าให้เจรจากับสมาชิกทั้ง 3 ของพวกมันให้สำเร็จ และเจ้าต้องช่วยข้า เพราะไม่งั้นไอ้เด็กที่มารอเจ้าที่โซน 3 จะไม่รอดแน่” ใบหน้าของเสียงขุ่นมัวโผล่พ้นเงามืด

—–
ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 6 : การเจรจาที่ห้ามปฎิเสธ

Advertisements

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 4 : อุบัติเหตุที่ป่าประมาท

24 ก.ค.

ลูกพัน

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 4 : อุบัติเหตุที่ป่าประมาท

“เข้มพักตรงนี้เถอะ เข้มวิ่งมาทั้งคืนแล้ว” พรมแดงลูบแผงคอก่อนจะกระซิบที่ข้างหู
“ครับ นายน้อย” เข้มชะลอความเร็วและหยุดตรงปากโพรงต้นไม้

กิ่งก้านที่แผ่สาขาออกไปกว้างใหญ่ทำให้ต้นไม้ที่มีโพรงขนาดใหญ่เป็นจุดเด่นแม้จะอยู่ในความมืด ลุงเด่นยืนยันว่าที่นี่ปลอดภัยและพักได้ ก่อนจะเริ่มงานหนักพรมแดงปล่อยให้เข้มพักสายตา

—–

“จากโพรงต้นไม้เข้มคงวิ่งไม่ถึง 10 นาทีก็จะเข้าเขตป่าประมาท ป่านี้ลึกลับและคาดเดาได้ยากอยู่หลายอย่าง แต่สิ่งที่ไม่ต้องคาดเดาเลยคือฝนตก ป่าประมาทมีภูมิอากาศที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก คือจะมีฝนตกทันทีที่พระอาทิตย์ตกดินและทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าฝนก็จะหยุดตก “ ลุงเด่นหยุดและมองหน้าพรมแดงที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ
“สิ่งสำคัญที่สุด ภารกิจนี้มีเวลาแค่ 3 ชั่วโมง ลุงคิดว่าพรมแดงน่าจะถึงปากโพรงต้นไม้ราวตี 2 เราจะไม่เข้าไปทันที เข้มควรจะพักเอาแรง เพราะ ..” ลุงเด่นทิ้งคำให้พรมแดงตอบ
“เราต้องหนี ให้ทัน” พรมแดงพลิกกระดาษไปหน้าแผนที่ป่าประมาท
“ใช่ เข้มจะต้องพาพรมแดงหนีให้ทันและออกมาให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและฝนหยุดตก ว่าแต่คิดว่าไหวไหมพรมแดง” ลุงเด่นถามย้ำด้วยดวงตามุ่งมั่น
“ไหวครับ ต้องไหว ผมจะพยายามเต็มที่ครับ” พรมแดงตอบกลับด้วยสายตามุ่งมั่นเช่นกัน
“ป่าประมาทมีทางเข้าของป่าอยู่ 3 ทาง ซึ่งก็ตามโซนของป่า ตรงนี้เป็นโซนที่ 1 จุดปากโพรงต้นไม้ เราจะเข้าตรงนี้ ตรงนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวมากนัก
หลานจะเห็นพรรณไม้แปลก ๆ อย่าหยิบจับเด็ดขาด และระวังบ่อนั่นด้วย ต่อมาโซนที่ 2 จุดนี้คือจุดของพวกฉกฉวย ของที่หลานต้องไปเอาคืนอยู่จุดนี้
โซนที่ 3 คือจุดที่โป้งจะมารอรับตรงปากทาง “ ลุงเด่นหยุดให้พรมแดงจด

“เรามาเจาะโซนที่ 2 กัน” ลุงเด่นต่อเมื่อเห็นพรมแดงเงยหน้ามองกระดาน

—–

จักจั่นเรไร ร้องก้องป่า ประกาศความเป็นเจ้าของผืนป่ากว้างแห่งนี้ สายลมนิ่งสงบ พรมแดงมัดเชือกรองเท้าไว้แน่นขยับกระเป๋าขึ้นไหล่ และใส่ชุดกันฝนสีพรางตา ก่อนจะไปตบหลังเข้มเบา ๆ

“ไปกันเถอะเข้ม ได้เวลาแล้ว”
“ครับ นายน้อย” เข้มได้หลับไปซักงีบ และพอมีแรงขึ้น

เข้มควบฝีเท้าเป็นจังหวะผ่านดงป่าที่เริ่มหนาแน่นไปด้วยต้นไม้หน้าตาประหลาด เถาเครือใบคล้ายกล้วยบิดเบี้ยวไร้รูปทรงคดโค้งเกี่ยวพันจากต้นสู่ต้นผลของไม้ประหลาดลูกสีแดงสดส่องสว่างแม้ยามมืด ฝนเริ่มลงเม็ดนี่เป็นสัณญาณว่าเข้มและพรมแดงเข้าสู่เขตป่าประมาทแล้ว

ป่าลูกพันซินะ” พรมแดงพึมพำ
“ครับ นายน้อย ลูกพันเป็นอาหารหลักของพวกฉกฉวยครับ นอกจากจะเป็นอาหารแล้วลูกพันยังช่วยป้องกันฮูก้าเข้ามาในนี้ด้วยครับ จริง ๆ พวกฉกฉวยจะอยู่โซน 2 และจะไม่ออกจากถ้ำในเวลาฝนตกครับ “
“แต่เราก็ไม่ควรประมาท” พรมแดงเอ่ยขึ้น
“ใช่ครับ เราไม่ควรประมาท” เข้มขยับตัวหลบเถาของลูกพัน

เถาเครือที่เลี้ยวลอดพันกอดกัน ทำให้แทบมองไม่เห็นผืนแผ่นฟ้าและก้อนเฆมผลิตฝน เม็ดฝนยังคงโปรยมาอย่างต่อเนื่องลูกพันสีแดงสดส่องสว่างดุจหลอดไฟจุดไว้ในงานเลี้ยงส่องทางนำทางให้เข้ม เส้นทางที่คุ้นชิ้นทำให้เข้มรู้จุดเสี่ยงและหลีกเลี่ยงได้อย่างดี

“ตรงนั่นคือบ่อพูดเท็จครับ แหล่งยึดเหนี่ยวเดียวของพวกฉกฉวย” เข้มหันหน้าไปที่บ่อน้ำสีฟ้าใสบริสุทธิ์และมีแสงส่องสว่างมาจากเบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดเดียวที่ไม่มีฝนตกลงมายังบ่อ
“และนั่นคือบ่อพูดจริง” เข้มหันหน้าไปยังบ่อน้ำสีเข้มขุ่น แมลงบินว่อนวนเหนือบ่อ
“เข้มรู้สึกแปลก ๆ ไหม “ พรมแดงจับเข้มไว้แน่นตอนพูด
“ครับนายน้อย จริง ๆ ทั้งสองบ่อ น้ำจะใสเท่ากัน และฝนจะไม่ตกใส่ทั้ง 2 บ่อ แต่น่าแปลกใจว่าทำไมบ่อพูดจริงถึงขุ่นขลักและเน่าเหม็นได้เช่นนี้ “
เข้มเร่งฝีเท้าให้เดินผ่าน

“ดีใจด้วย พรมแดง เจ้าจะได้ของคืน เจ้าจะไม่ตาย เจ้าจะไม่ตาย” เสียงหญิงสาวกังวาลหวานผ่านลื่นหูมาจากทางบ่อพูดเท็จ
“เจ้าจะเจออุบัติเหตุที่ป่าประมาท แต่เจ้าจะได้ของคืน เจ้าจะเจออุบัติเหตุที่ป่าประมาท” เสียงชายแก่บ่นพร่ำและขุ่นเทา สั่นเครือมาจากบ่อพูดจริง

“นายน้อย อย่าไปสนใจ นายน้อยอย่าไปสนใจ” เข้มเตือนสติพรมแดง
“ไปกันดีกว่าเข้ม เรื่องแค่นี้ข้าไม่สนใจหรอก” พรมแดงบอกเข้มให้เร่งเดินผ่าน

พรมแดงยังครุ่นคิดกับประโยคจากทั้ง 2 บ่อ ที่ผ่านมา อะไรคืออุบัติเหตุที่ป่าประมาท อย่างที่่บ่อพูดจริงบอกกล่าว แล้วทำไมบ่อพูดเท็จถึงบอกว่าเราจะได้ของคืนแสดงว่า จริง ๆ เราไม่ได้คืนงั้นเหรอ ความคิดสับสนทำพรมแดงเงียบไปชั่วขณะ เข้มคงจับอาการได้ จึงเร่งฝีเท้าเพื่อให้รีบออกจากโซน 1 โดยไว

เม็ดฝนใหญ่ขึ้น ยิ่งเดินเข้าลึกเข้าไป ลมยิ่งแรงขึ้น ฝนยิ่งหนักขึ้น ลูกพันสีแดงสดเริ่มลดบาง เถาเครือเปิดกว้างให้เห็นแผ่นฟ้า ก้อนเฆมสีครามครึ้มยังบดบังดวงดาวนับพันบนน่านฟ้า แสงสว่างน้อยนิดจากลูกพันสองสามลูกริมทาง พอให้เห็นเส้นทางที่ต้องเดินต่อ เข้มควบฝีเท้าฝ่าสายฝนเข้าสู่โซน 2 ไหล่เขาเริ่มสูงชันทำให้ยากต่อการเดินทาง

“นายน้อยครับ เราเข้าโซน 2 แล้วครับ และเหมือนตอนนี้เราจะถูกจำกัดความเร็วกันแล้วครับ” เข้มบอกพรมแดง
“เร็วกว่าที่คิดแหะ ถ้างั้นคงต้องเอาของที่ยายให้มาใช้แล้วละ” พรมแดงหยิบล้วงในกระเป๋า
“…………….”
“เข้ม.. เข้ม .. เข้ม ของไม่อยู่แล้ว ของไม่อยู่แล้ว” พรมแดงคลำหาทั่วกระเป๋า
“ได้ยังไงกันครับ นายน้อย ได้ยังไงกันครับ” เข้มพาพรมแดงหลบเข้าไปในต้นไม้ริมผา
“ไม่อยู่แล้วเข้ม ไม่อยู่แล้ว มันหายไป หายไปหมด” พรมแดงรน ทำอะไรไม่ถูก
“โดนแล้วไง … “ เข้มเอ่ยขึ้น

—–

ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 5 : บ่อพูดเท็จไม่เคยโกหก

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 3 : ทบทวนแผน

9 มิ.ย.

วางแผน

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 3 : ทบทวนแผน

“พี่โป้ง ตื่น ตื่น พี่โป้ง ตื่น” ปูนดึงผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินที่โป้งห่อคลุมตัวออก

“อืมมม … อย่ายุ่งปูน พี่จะนอน ยังไม่เช้าเลย” โป้งดึงผ้าห่มกลับมาคลุมโปงคุดคู้เคี้ยวน้ำลายแจ๊บ ๆ

“ไม่ได้นะ นี่จะตี 3 แล้ว พี่ต้องไปได้แล้ว เดี๋ยวพี่พรมแดงกับพี่เข้มจะมาแล้ว” ปูนสลัดผ้าออกอีกครั้ง ก่อนจะลากขาโป้งออกจากเตียง

“พรมแดง! .. เข้ม … พรมแดง ! .. เข้ม .. เฮ้ย วันนี้หนิ .. วันนี้ ตายโหง …” สปริงในตัวโป้งดีดเด้งขึ้นด้วยความรีบเร่ง ก่อนจะเอามือลูบหัว ด.ช. ปูน น้องชายต่างแม่ที่รักใคร่กันดี

ไม่เกิน 10 นาที ทุกอย่างก็เรียบร้อย สำหรับโป้ง อาบน้ำ แคะขี้ตา และลาปูน

“พี่แน่ใจนะว่า พี่ไปคนเดียวได้หน่ะพี่โป้ง ปูนไปได้นะครับ ปูนอยากช่วย” ปูนหยิบของใส่ยาม ประกอบไปด้วยอาหารมื้อเช้าสำหรับพรมแดงและโป้ง

“ชัวร์ไอ้น้อง สบายบรี๊ออออ .. ขอบใจมาก น้องรัก เมื่อคืนนอนกี่โมง” รอยยิ้มลอดผ่านแสงเทียน

“ราว 4 ทุ่มครับ แต่ตื่นมาตอนตี 2 ปูนนอนไม่ค่อยหลับเลยพี่โป้ง” ยอดหญ้าเชิงเขาเป็นของชิ้นสุดท้ายที่ใส่เข้าไปในยาม ของฝากของเข้ม

“ปูน พี่โป้งรู้ว่าปูนเป็นห่วง แต่ปูนต้องเชื่อนะ น้องรัก พวกเราต้องทำได้แน่ ๆ เห็นไหม ลุงเด่นวางแผนมาดีขนาดนี้ ทุกคนก็ซ้อมกันมาอย่างดี ปูนก็เห็น ปูนต้องเชื่อนะ ว่าพวกเราทำได้”

“ปูนรู้พี่โป้ง แต่ .. “ ปูนหลบสายตา

“เอาเถอะปูน แค่เชื่อ แค่เชื่อ” โป้งกอดน้องชายไว้

“ฝากด้วยนะครับพี่โป้ง ทำเพื่อพวกเรา” ปูนจับมือพี่ชายไว้แน่น

———-

ดวงดาวทั่วน่านฟ้า เปล่งแสง อวดความงดงาม เสี้ยวจันทร์เพิ่งคล้อยขอบฟ้าไปได้ซักครู่ น่านฟ้าที่ไรเฆมและลมเปิดโอกาสให้ดาวนับล้านอวดโฉม รอยจางของทางช้างเผือกเหมือนดังเข็มทิศนำทางพรมแดงและเข้มให้มุ่งหน้าสู่ป่าประมาท

เสียงควบเท้า กุบกับ ดูท่าทีว่าไม่มีเหนื่อย เข้มวิ่งอย่างสงบ

“นายน้อย เหนื่อยก็พักสายตาได้นะครับ” เข้มกระโดดหลบร่องน้ำ

“ได้เหรอเข้ม” พรมแดง แทบจะยกเปลือกตาขึ้นไม่ได้แล้ว

“เต็มที่ครับ เรายังพอมีเวลาซักครู่” เข้มชลอความเร็ว

———-

“พรมแดง หน้าที่นี้สำหรับพรมแดงเท่านั้น” ลุงเด่น มอบหมายงานให้พรมแดง

“แผนของเราคือ อาเดียวจะมารับพรมแดงที่ป่าเชิงเขาเวลาเดิม เราจะเข้าเขตเจ้าพวกฮูก้า อาเดียวจะทำเป็นถูกจับ ไม่ต้องห่วงนะ อาเดียวเอาตัวรอดได้ เราแค่ต้องการหลอกมัน เพราะเจ้าพวกฮูก้าคงไม่มีใครคิดว่าเราจะให้เด็กแบบพรมแดงเข้าป่าประมาทไปเอาของคืน เข้มจะพาพรมแดงหนี ของยายที่ให้มา ที่ต้องใช้เป็นอันแรกคือไฟฉายกวัดแกว่ง แน่นอนว่าเจ้าพวกฮูก้าต้องตามไม่ปล่อยแน่ ๆ เข้มจะพาพรมแดงไปที่ย่านหิ้งห้อยร้อยล้าน พรมแดงใช้ไฟฉายกวัดแกว่งส่งสัญญาณนะ คราวนี้แหละ ภาพที่เห็นก็จะตื่นตะลึง” ลุงเด่นยักคิ้วท่าทางมั่นใจ

“โห ผมก็อยากเห็นบ้างลุงเด่น” โป้ง ทำตาลุงโพลง

“ใช่ครับ ผมก็อยากเห็นบ้าง” ปูนพูดขึ้น ทำตาลุกโพลงกว่า

“ว่าแต่พ่อจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ ลุงเด่น” เดือนทำท่าไม่มั่นใจ

“ไม่ต้องห่วงนะ หนูเดือน พ่อของหลานเก่งมาก เราฝึกกันมาจนชำนาญ อีกอย่างนะ เรามีสายอยู่ในฮูก้าด้วย” ลุงเด่นป้องปากกระซิบให้หลานฟังเบา ๆ

“ค่ะ หนูขอให้พ่อปลอดภัย” เดือนเขียนคำว่า “หนูขอให้พ่อปลอดภัย” ลงบนกระดาษหน้าขาวข้าง ๆ กับรูปดาว ภูเขาประหลาด และป่าประมาท

“ต่อนะเด็ก ๆ “ ลุงเด่นเคาะแปรงลบกระดาน

“ครับ/ค่ะ” เด็ก ๆ ตั้งใจ

“แสงจากป่าหิงห้อยร้อยล้านจะอยู่ราว 1 ชั่วโมง ลุงมั่นใจว่าเราจะหนีมาได้แน่ ๆ พรมแดงหลานอาจจะพักอยู่ตรงนี้ได้นะ เพราะเมื่อเข้าป่าประมาทเราจะไม่ได้พักกันเลยแน่ ๆ “ ลุงเด่นชี้จุดปากโพรงต้นไม้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากป่าประมาท

“พรมแดง ของที่ยายให้มา ในป่าประมาทนี้เราต้องใช้ถึง 2 ชิ้น และพรมแดงต้องระวังการใช้ให้ดีที่สุด เพราะถ้าผิดจังหวะ มันจะเป็นภัยกับพรมแดงและเข้ม” ลุงเด่นกำชับ

“ครับ ผมจะระวังให้ดีที่สุด จากที่ซ้อมกันเมื่อวาน มันก็ยังให้ผลลัพท์ที่ดีมาก ๆ ครับลุง “ พรมแดงเล่าผลการทดสอบ

“เมื่อเราได้ของของเราคืน และออกจากป่าประมาทได้ คราวนี้ก็ถึงคิวของปูนกับโป้งนะ ลุงฝากด้วย” ลุงเด่นหันไปมอง

“โป้งคนเดียวครับลุง ผมจะไม่ให้ปูนไปด้วย มันอันตราย” โป้งมองดูน้องชาย

“พี่โป้ง แต่ผมก็ทดสอบทุกอย่างผ่านแล้วนะครับ ทุกคนก็ยอมรับด้วย ใช่ไหมครับลุงเด่น” ปูนขึงขังขึ้นมา ทำท่าไม่ยอม

“ไม่ได้เสี่ยงเกินไป .. พี่ยังยืนยัน พี่จะไปคนเดียว” โป้งเสียงแข็ง

“แต่ .. “ ปูนไม่ทันได้พูด ก็ถูกขัดเสียก่อน

“ลุง สรุปให้พี่โป้งไปคนเดียว ส่วนปูน ฝากทำมื้อเช้าใส่ยามไปให้พรมแดง พี่โป้ง และเข้มแทนจะได้ไหม” ลุงเด่นแจกแจง

“ครับลุงเด่น” ปูนเสียงอ่อย

“งั้น โป้ง หลังจากที่พรมแดงกับเข้มผ่านป่าประมาทมาได้ ตรงจุดที่ 3 รอรับตรงนั้น และที่สำคัญ โป้งอย่าลืมเด็ดขาด จุดที่ 4 เราต้องใช้ความสามารถ
ของโป้งอย่างเต็มที่ “ ลุงเด่นวงเส้นชอร์คเข้มที่จุดที่ 4

“ครับ ลุงเด่น เมื่อวานฝึกซ้อมกัน 3 รอบครับ ทุกอย่างผ่านหมด”

“เก่งมาก ลุงฝากด้วยนะ”

“พรมแดง วันนี้พอมีเวลาไหม” ลุงเด่น หันไปหาพรมแดง

“ได้ครับลุง”

“โอเค เรามาทบทวนวิธีเอาตัวรอด จากป่าประมาทกัน “ ลุงเด่นหยิบชอร์ลแล้วเริ่มวาดแผนการณ์

“ลุงคะ ป่าประมาทมีอะไรเหรอคะ ทำไมเราต้องเข้าไป ทั้ง ๆ ที่ เราอ้อมไปทางเชิงเขาสามสีก็ได้นี่คะ” เดือนสงสัย

“ก็เพราะว่า มีคนขโมยชิ้นส่วนสำคัญของพวกเราไปไง และของชิ้นนั้นมันก็เป็นของพรมแดงเสียด้วย นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมพรมแดงต้องเข้าไปเอาเอง ใช่ไหมพรมแดง พร้อมไหม” ลุงเด่นหันไปมองพรมแดงอีกครั้ง และถามเพื่อความแน่ใจ

“พร้อมครับ” พรมแดงแสดงความมุ่งมั่นออกมาทางสายตา..

———-
ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 4 : อุบัติเหตุที่ป่าประมาท

ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 2 : ทำตามแผน

2 มิ.ย.

ชายประหลาด

ด.ช. พรมแดง ตอนที่  2 : ทำตามแผน

“ปู้วววววว วู้วววว” เสียงยังไล่พรมแดงมา
“เข้ม เข้ม เราจะทำยังไงดี” พรมแดงรนทำอะไรไม่ถูก
“ทำตามแผน” เข้มพูดออกมา

ลมกรรโชกแรง พัดสวนทางที่ทั้งสองมุ่งไป เข้มชะลอความเร็วเล็กน้อย ก่อนจะควบแบบเต็มแรงเมื่อหลุดห้วงลมนั้นมาได้ เสียงฝีเท้าของเข้มดังสลับกับเสียงคำรามก้องป่าของผู้ติดตาม ทั้งคู่เสียหลักเล็กน้อย เมื่อก้อนลมพัดมาอีกห้วง เสียงคำรามตามเข้ามาใกล้ เข้ามาใกล้

“อีกนิดเดียวเข้ม อีกนิดเดียว” พรมแดงหยิบของในกระเป๋าช่องแรกซ้ายมือบนเพื่อเตรียมการไว้แน่น

“ฟิ้วววว” ลูกธนูแทรกผ่านอากาศมาด้วยความเร็วสูง เข้มขยับตัวหลบได้ทัน ลูกธนูปักลงบนต้นไม้ข้างหน้าของทั้งคู่

“มันเอาจริง ครับ นายน้อย ระวังด้วยนะครับ” เข้มกำชับพรมแดง และเพิ่มความเร็ว
“นั่น ตรงนั้น ต้นโกงกาง ตรงนั้น” พรมแดงตะโกนบอกทางเข้ม

เข้มเลี้ยวซ้ายสุดกำลังและควบเพิ่มความเร็ว มุ่งหน้าไปยังต้นโกงกางที่พรมแดงระบุตำแหน่ง

“ปู้วววววววววววว วู้ววววววววววว ววววว “ เสียงคำรามก้องป่าและดังใกล้กว่าที่เคยได้ยิน

“พร้อมนะเข้ม” พรมแดงตั้งสติ
“พร้อมครับ นายน้อย” เข้มชะลอความเร็ว ก่อนจะตวัดตัวกลับหลังหันหน้าเผชิญกับเสียงที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง

“ฟิ้ววววววววววววววววว” ธนูอีกสองลูกพุ่งตรงมาที่พรมแดง พรมแดงเอี้ยวตัว ธนูผ่านหูไปนิดเดียวย ก่อนที่มันจะปักลงบนต้นโกงกาง

ประกายตาสีเหลืองลุ่มลึก โผล่พ้นเงาในความมืดเบื้องหน้า ชายร่างสูงหน้าตาประหลาด แก้มตอบผิวซูปซีด ถุงใต้ตาปูดโปน ผมหงอกเทารุงรัง สะกดตามองมาที่พรมแดงและเข้ม

“ว่ายังไง ไอ้เด็กแสบ แกคิดว่าม้ากระจอกพูดได้ของแก จะพาแกหนีได้รึยังไง” คำพูดกวนประสาทพ่นออกมาจากปากที่มีฟันเกกะเทเร่
“อย่ามายุ่งกับเรา เรามีธุระที่ต้องรีบทำ” พรมแดงข่มอาการสั่นไม่ให้แสดง
“เหรอ เหรอ เหรอ …. ไม่ให้ยุ่งจริงเหรอ” ชายประหลาดวาดมือไม้ตะวัดอากาศตบแมลง

เข้มค่อย ๆ ขยับขาถอยหลังทีละนิด พอไม่ให้ผิดพิรุจ ตายังจ้องอยู่ที่ชายสูงหน้าตาประหลาด

“ข้าจะไม่เรี่ยมเร้เรไร แกจะต้องตายซะตอนนี้ ของนั่นต้องเป็นของข้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

ทันทีที่คำประกาศก้องสิ้นเสียง ชายประหลาดก็พุ่งตัวเข้ามา ด้วยความเร็วสูง

“นายน้อย จัดการเลยครับ ทำตามแผน” เข้มตะโกนสุดเสียง หลังจากเข้าใกล้จุด

พรมแดงสาดแสงไฟส่องสว่างจากไฟฉายเข้าดวงตาสีเหลืองหม่นของชายประหลาด เสียงหวีดร้องก้องป่าด้วยความเคียดแค้น ความเร็วของมันและท่าทีหยุดชะงัก ลังเล เข้มและพรมแดงยังยืนนิ่งลุ้นผล

“แกรู้ แกรู้ แกรู้” เสียงโหยหวนกัดฟันกรอด ลอดผ่านมาด้วยความเจ็บใจ
“เจ้าเป็นมนุษย์กลางคืน ตาเจ้าจะแพ้แสงแรงแยงตา ขารู้” เข้มเริ่มขยับขา
“หึ ๆ ยายแก่นั่น คงเตรียมมาให้แกซินะ ไอ้เครื่องเบ่งแสงนั่น ใช่! ข้าแพ้แสง แต่แค่นี้มันทำอะไรข้าไม่ได้หรอกกกกกกกกกก ไอ้พวกกระจอกกกกกก”
แววตาเย้ยหยันลอดผ่านดวงตาสีเหลือง

สิ้นเสียงพูด ชายประหลาดก็ทะยานตัวเข้ามาอีกครั้ง ธนูที่แปรเปลี่ยนเป็นหอกดาบในเงามืดส่องประกายคมกริบ เข้มยกขาคู่หน้าขัดจังหวะ พรมแดงเกาะแผงคอเข้มด้วยมือขวา แสงไฟฉายกวัดแกว่งไปทางพุ่มไม้ตรงหนองน้ำหลังต้นโกงกาง ชายประหลาดกระโดดสูงก่อนจะเหยียบหัวเข้มและตวัดตัวยืนบนหลังเข้ม และรวบตัวพรมแดงไว้

เม็ดเหงื่อผุดจากหน้าผาก ลมหายใจอ่อนลงทุกที พรมแดงกำลังจะขาดอากาศหายใจ ชายประหลาดรวบคอเหยียดยื่นพรมแดงให้ตัวลอยเหนือเข้ม มือที่อ่อนโรยยังเกาะไฟฉายไม่ให้หล่น เข้มจำต้องยืนนิ่ง ตัวสั่นเทาไปด้วยความโมโห และเจ็บใจ

“ไอ้ตัวแสบ แกมันก็แค่นี้แหละ” ชายประหลาดเย้ยหยัน
“ไหนน้า ของที่ยัยแก่ฝากมาให้ “ มือเหี่ยวซูบเปิดกระเป๋าของพรมแดง

แมลงน้อยตัวแรกคลีปีกส่งสัญญาณตอบรับเมื่อไฟฉายกวัดแกว่ง เรืองแสงออกมาจากหลังพุ่มโกงกาง จากนั้นไม่นานแสงน้อยก็ถูกส่งต่อจากครอบครัวนึงไปครอบครัวนึง ภายในชั่วเสี้ยววินาทีหึงห้อยนับล้านตัวถูกกระตุ้นและส่งต่อแสงจนทำให้คุ้งน้ำเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนให้คืนที่หม่นเท่าเรืองแสงส่องสว่างดังกับสุริยาในยามรุ่ง

ความเงียบสงัดแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องของชายประหลาดที่อยู่เบื้องหน้าพรมแดง

“โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” คำกรีดร้องโหยหวน

แสงสว่างรอบบึงกว้างแผ่อาณาเขตไปไกลสุดปลายฟ้า เผยให้เห็นป่าโกงกางนับ 100 ไร่ ที่เต็มไปด้วยแมลงน้อยเรืองแสง นับล้าน ๆ ตัว ที่กระพริบแสงสื่อสารกันและกัน

“แสงหม่นเทา เราต้องการแสงหม่นเทา พวกแก พวกแก พวกแกกกกกกกกกกกกกก “ ชายประหลาดเอามือทั้งสองปิดตาและกรีดร้อง ก่อนจะสยายปีกบินหายลับไป

พรมแดงหล่นลงไปอยู่ที่พื้น หายใจเร็วขึ้นเพื่อรับอากาศเข้าร่างกาย

“นายน้อย ไหวไหมครับ” เข้มห่วงใยพรมแดง
“ไหวซิเข้ม เราทำได้เข้ม เราทำได้ “ พรมแดงพยายามพูดและสูดลมหายใจไปด้วย
“ครับ ต้องขอบคุณมิตรของเราครับ นายน้อย” เข้มช่วยให้พรมแดงลุกขึ้นก่อนจะหันไปดูมิตรแมลงน้อยเรืองแสงนับล้าน
“ต้องขอบคุณพวกเค้า ที่ทำให้เราฝ่าด่านพวกตาเหลืองมาได้” พรมแดงล้วงเข้าไปดูของในกระเป๋า และแน่ใจว่าทุกอย่างยังปลอดภัยดี
“เราต้องไปกันแล้วครับ ก่อนแสงจะหายไป พวกมันอาจจะวกกลับมาอีกก็ได้ แล้วเราต้องเข้าป่าประมาทให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น “ เข้มกำชับ
“จริงด้วย เราต้องเข้าป่าประมาทให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น” พรมแดงได้สติคืนมา
“พร้อมนะครับ นายน้อย” เข้มขยับขาหลังเพื่อเตรียมตัว
“เต็มกำลังเลยเข้ม ป่าประมาท ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น” พรมแดงเกาะแผงคอที่แข็งแรงของเข้มไว้แน่น

———-

ตอนถัดไป ด.ช. พรมแดง ตอนที่ 3 ทบทวนแผน

อาดัง ราวี หลีเป๊ะ ตอนที่ 11 (ตอนจบ) : เทศกาลโคมไฟหาดใหญ่สีสันเมืองใต้

29 พ.ค.

เทศกาลโคมไฟ

อาดัง ราวี หลีเป๊ะ ตอนที่ 11 (ตอนจบ) : เทศกาลโคมไฟหาดใหญ่สีสันเมืองใต้

“ชาว มาเลเซีย สิงค์โปร์ มาไหว้ ท้าวมหาพรหม บ่อย บางคนถูกหวยเป็นล้าน ๆ ก็ซื้อของมาถวาย โต๊ะหินอ่อน ม้านั่งหินอ่อน ทั้งหมดนี่นั่นก็ใช่ ตัวหนังสือ ภาษาจีน ก็เป็นชื่อของครอบครัวเค้าทั้งนั้น” พี่ชายตอบข้อสงสัยของที่มาเกี่ยวกับภาษาจีนบนม้าหินอ่อนทั่วบริเวณ

“ชอบไหม หาดใหญ่” พี่ชายหันมาถามก่อนหมุนพวงมาลัยหลบรถที่สวนขึ้นมา

“ชอบครับ ไม่เคยรู้เลยว่ามีอะไรน่าสนใจแบบนี้” ผมตอบไปแบบที่รู้สึกอีกครั้ง

รถแล่นผ่านต้นไม้ใหญ่ร่มครึม ความมืดเริ่มแบ่งสัดส่วนกับความสว่าง ทางพร่ามัวด้านหน้า ทำให้พี่ชายเปิดไฟ ลมพัดโกรกใบไม้ปลิวว่อน  เมืองค่อย ๆ สว่างขึ้น ด้วยดวงไฟที่ค่อย ๆ ทยอยเปิด จากวิวผ่านหน้าต่างมัว ๆ ของรถ ทำให้เห็นไฟบนถนนที่คดเคี้ยว เลี้ยวลอดไปตามจุดต่าง ๆ ของหาดใหญ่  ผมคิดจะถ่ายรูป แต่อยากประหยัดแบตเตอรี่ขีดสุดท้ายให้ เทศกาลโคมไฟหาดใหญ่สีสันเมืองใต้

“โชคดีนะครับน้อง ถ้าไม่มีรถไปสนามบิน โทรหาพี่ได้นะ ตามเบอร์ที่ให้ไว้” ไมตรีจิตรจากพี่ชายอีกหนที่มีต่อเราเมื่อรถจอดสนิท

ไฟประดับหลากสี รูปร่างและขนาด จัดวางเรียงราย ประดับประดารอบบริเวณ ดอกไม้กอใหญ่กระพริบเปลี่ยนสีไปมา ตามจังหวะดนตรีที่เปิดคลอ ผีเสื้อไฟประดับหลากชนิด และสีสัน บินดอมดม พรรณไม้นานาพรรณที่ พุ่มไม้เตี้ยที่ถูกพันด้วยหลอดไฟประดับนับพัน ส่องสว่างเปิดทางหลอกล่อหมู่แมลง

“เออ ๆ มันจัดดีหวะ” โอ๊ตพูดชมเมื่อตอนเรากำลังผ่านอุโมงไฟประดับ

“เห็นไหมลูก มันเปลี่ยนสีได้” คุณพ่อชวนลูกชายเฝ้าดูอุโมงไฟประดับสลับจากสีทองเป็นสีชมพู แดง และน้ำเงิน

“มึง ๆ ถ่ายตรงนี้ได้ไหม ? กูเอาสีทอง “ ผมยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้โอ๊ตก่อนจะบอกให้โอ๊ตถ่ายให้ถูกสี

“มาแล้ว มาแล้ว” เราตื่นเต้นกับไฟประดับที่เพิ่งเปลี่ยนมา ฃ

“แบตจะหมดหว่ะ “ โทรศัพท์ผมคงขึ้นเตือนให้โอ๊ตเห็น

“เออ หมดก็หมด” ผมยืนกางแขนรอไฟสีทอง

โคมไฟและแสงสีแบบนี้ทำให้หลาย ๆ คนที่เป็นผู้ใหญ่ มีความรู้สึกตื่นเต้น สนุกสนานขึ้นมาไม่แพ้เด็ก ๆ ความรู้สึกอารมณ์ดี และผ่อนคลายไปกับโคมไฟ หลากสี ภาพความสุขของคู่รัก ครอบครัว เพื่อนฝูงที่เกาะกลุ่มถ่ายรูปกัน มันทำให้เรารู้สึกว่า ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยคนที่มีความสุข มีพลังความสุขไหลเต็ม ไปหมด

เวลากระชั้นชิดเข้ามา แม้ว่าเรายังรู้สึกอยากเดินเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ ต่ออีกซักหน่อย แต่เหมือนตารางที่จัดเอาไว้บังคับเราว่า ต้องไปสนามบินแล้ว

สนามบินหาดใหญ่ในวันกลับ ทำให้ผมไม่รู้สึกกลัวระเบิดเหมือนตอนขามา ทหารและสุนัขตรวจวัตถุระเบิดทำหน้าที่เดินไปมาน่าเกรงขาม

“ได้ค่ะ ขอคืนได้ ภาษีสนามบินสำหรับคนที่ไม่มาจะเที่ยวละ 107 บาท” เจ้าหน้าที่ยิ้มสวยแจ้งผมตอนผมยื่นบัตรประชาชนให้ตอนโหลดกระเป๋า

“แล้วอีกนานไหมครับ จะได้เงิน” ผมเซอร์ไพรซ์ไม่น้อยที่ขอคืนได้ด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้เดินทาง

“ก็ราวเดือนนึงค่ะ ของพี่ก็น่าจะราว 2000 กว่าบาท เยอะนะคะ ขอคืนเลยค่ะ เงินเรา” น้องดูสวยมากขึ้น

“น้อง ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ” ผมโค้งตัวแบบคนญี่ปุ่นขอบคุณไปด้วย

“ผู้โดยสารที่โดยสารมากับ Thai Air Asia เที่ยวบินที่ FB3113 เที่ยวบินที่ FB3113 ที่จะเดินทางจากหาดใหญ่ ไปท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ขณะนี้เครื่องพร้อมบริการผู้โดยสารแล้วค่ะ “

ทันทีที่เจ้าหน้าที่ประกาศ สติผมก็กลับคืนมาจากการนั่งทบทวนทั้งทริปตลอด 4 คืนที่ผ่านมา ผมนึกให้คะแนนความวือหวาของทริปอยู่ที่ พอใช้ได้ เพราะเราเที่ยวกันแบบเรื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ตัดสินใจเรื่อย ๆ แต่คะแนนความสุขผมให้ ดีและประทับใจแบบไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญเราเอาชนะความกลัวได้หลายอย่าง

สิ่งที่ผมเคยกลัวก่อนมาว่าการเที่ยวสองคนจะไม่สนุก กร่อย และไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกัน  แต่พอเอาเข้าจริง เราก็หาเรื่องคุยที่พอดีกันตรงกลางได้ แถมกลับทำให้เราคล่องตัวและตัดสินใจอะไรได้ง่ายในแต่ละสถานการณ์ สำหรับผม จู่ ๆ ก็เกิดทักษะชวนคุยและหาเรื่องปรับตัวกับโอ๊ตได้ไม่เคอะเขิน ส่วนโอ๊ตก็ดูเหมือนจะสนุกกับการดำน้ำเข้าไปอีก ความมั่นใจในการว่ายน้ำก็คงจะเยอะขึ้น  และที่สำคัญต้องขอบคุณความสุขของกะทิ และมันมากับความเหมียวที่ช่วยเติมเต็มช่วงเวลา 4 วันให้สนุกยิ่งขึ้น

สำหรับเรา การออกเดินทางนอกจากจะเปิดโอกาสให้ผมและโอ๊ตพบประสบการณ์ใหม่แล้ว ยังทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เรากลัวจริง ๆ มันน่ากลัวเฉพาะตอนที่ เราคิดแค่นั้นแหละ

ออกเดินทางกันเถอะครับ ออกไปเจอประสบการณ์ใหม่ และสลายความกลัว

ดอกไม้ประดับ

———-

ขอบคุณครับ เจอกันใหม่ทริปหน้านะครับ

สอนออกกำลังกาย และโภชนาการ เข้าใจง่าย ได้ผล

สอนออกกำลังกาย สอนโภชนาการ เข้าใจง่าย ไม่หักโหม ไม่อดอาหาร ปลอดภัย

Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Nutmos

Apple, camera, computer and my life

Thailandkendama's Blog

Kendama Pro skill

Teerapuch Room

Back to basic before go to advance

Wrong Hands

Cartoons by John Atkinson. ©John Atkinson, Wrong Hands

นานาสาระกับนายกาฝาก

คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี บ่นไปเรื่อย ไม่ให้ตกกระแส

JEDIYUTH

May the Movie Force Be With You

SAGURONG

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ SAGURONG ครับผม ^_^

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.